cudo's profileนารูโตะฝันที่จะเป็นโอคาเ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    June 01

    เวทมนต์ คาถา ความเชื่อ

          ความเชื่อเป้นสิ่งมหรรศจรรย์ที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถจะอธิบายได้
    ในความคิดของผมนั้น    เวทมนต์คาถาผมถือว่าเป็นกุุศโลบายทางจิตอย่างหนึ่ง
    ที่จะช่วยทำให้ผู้ใช้มีความกล้า   มีกำลังใจ  ส่วนท่องคาถาแล้วผลเป็นอย่างไรนั้น
    ผมเองก็มิสามารถบอกได้   ต้องถามผู้ที่เคยใช้คาถา   ต่างๆเหล่านั้น   คาถาทำให้
    จิตใจเรามีสมธิ   เมื่อเราท่องบ่อยและจดจ่ออยู่กับตัวคาถานั้น   ใจเราก็จะมีสมาธิ
    ไม่ฟุ้งซ่าน  จิตสงบ  
     
     

    คาถาทำให้คนรักรักเรา

    พุธธัง รัตะนัง
    ธัมมัง รัตะนัง
    สังฆัง รัตะนัง
    นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร โอมสวาหะ รักกูเพี้ยง

    ท่านอาจารย์ว่า นิยมสวดทุกวันเกิดตนเอง เช่นเกิดวันจันทร์สวดทุกวันจันทร์ หรือสวดวันครู (วันพฤหัสบดี) จำทำให้คนรักเราใช้กับคนรักได้

     

    คาถามหาเสน่ห์ (ให้คนรักรักเรามากขึ้น)

    พุทโธ จับจิต ธัมโม จับใจ สังโฆ รักใคร่
    พุทโธ มามา ธัมโม มามา สังโฆ มามา
    นะเมตตา โมเห็นหน้ารักสนิท พุทจับจิต ธามิให้กำจัด
    ยะกระหวัดจิต......ชื่อ นาม(คนรัก) ......รักอย่าละ
    ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระนัง คัจฉามิ ฯ

    คาถานี้ใช้ภาวนากับสีผึ้งทาปาก หรือเครื่องสำอางค์ต่าง ๆสวด 5 จบทำให้ติดต่อกับใครหรือคนรักจะ

     

     

     

     

     

     

     

    ลงนะขุนแผน
    ออกจากบ้านไปไหนมาไหน หากต้องการจะให้มีคนรักคนหลงใหล มีเสน่ห์เมตตามหานิยม จะพูดจาสิ่งใด ให้มีคนนิยมชมชอบ เชื่อถือผูกจิตใจใฝ่ฝันหลงรัก

    โอม สิทธิ ศรี ศรี พลายแก้วจิตตัง อาราธนานัง ปิยังมะมะ ราศีกูงาประดุจดังกับแผ่นฟ้า หน้ากูงามดังกับขุนแผน แขนกูงามดังพระนารายณ์ กายกูงามดังกับพระอาทิตย์ ฤทธิ์กูงามดังพระจันทร์ สาวในเมืองสวรรค์เห็นหน้ากูอยู่มิได้ สาวแก่แม่หม้ายในโลกมนุษย์แย่งยุดกันหลงรัก และใฝ่ฝัน ช่วงชิงกันมิเว้นยาย กูจะรำลึกนึกถึงต้นไม้ ก็ให้มางวงงงหลงเสน่ห์ จงตามมาใกล้ไม่ห่างเห สมคะเนนึก กูจะรำลึกถึงพญาหงษ์ ก็ให้มาหลงลืมถ้ำคูหา กูจะรำถึงพญาปลา ก็ให้รีบมาหลงและลืมน้ำ กูจะรำลึกถึงคนธรรมดา ก็ให้มาหลงลืมที่นอน กูจะรำลึกถึงลูกไก่อ่อน ก็ลืมแม่วิ่งแร่ตาม กูจะรำลึกถึงช้างงามก็จงตามมา กูจะรำลึกถึงสาวแซ่แม่ค้า จงมาหากู กูจะกู่ร้องเรียกสาวใหญ่ให้ใหลหลง กูจะรำลึกถึงดงพงไพรให้ชอบใจกู กูจะรำลึกถึงฝูงชนทั้งหลายที่มีอยู่ จงอย่าห่างเหิน กูจะรำลึกถึงเทวดานายฟ้าทุกวิมาน ให้ลงมาผูกพันด้วยเสน่ห์กู ขอจิตของขุนแผนเข้าสู่กาย ขอ นะ ขุนแผนทั้งหลายจงสู่หน้า ให้มีเสน่ห์เมตตาตลอดไป ใครเห็นใครรัก ใครทักใครชม ให้มีคนนิยมตามกูมา
    โอม นะมะพะทะ นะมะพะทะ นะมะพะทะ อะระหัง พุทโธ นะโมพุทธายะ พุทธังสิทธิ ธัมมังสิทธิ สังฆังสิทธิ เมตตาสิทธิ สิทธิสวาหะ

    ใช้คาถาบทนี้เสกแป้งผัดหน้า เมื่อเวลาที่จะออกจากบ้านไปไหน ๆ ข้อห้าม

    1.
    หากในบ้านมีแม่ มีน้องสาว พี่สาว อย่าใช้ในบ้านเป็นอันขาด

    2.
    เมื่อใช้คาถานี้แล้ว ห้ามยุ่งเกี่ยวกับเมียของคนอื่นเด็ดขาด

    3.
    เมื่อหญิงตามมาอยู่ด้วย ก็ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูเขา

    4.
    ห้ามโกหก กะล่อน และกระทำมิจฉาชีพ ทุก ๆ อย่าง

    ถ้าปฏิบัติได้ใน 4 ข้อนี้แล้ว ใช้คาถานี้เสกแป้งผัดหน้าก็จะบังเกิดผล ถ้าปฏิบัติไม่ได้ ขาดในข้อใดข้อหนึ่งแล้วยังขืนใช้ ก็จะต้องได้รับความภิบัติ

    เสกใบรัก

    ถ้าหากเรารักผู้หญิงคนใด ให้หาใบรักซ้อน เขียนชื่อนามสกุลใส่ในใบรักนั้น แล้วเสกเป่าด้วยคาถาบทนี้ 3 ครั้ง แล้วซุกไว้ใต้หมอนที่เรานอน ในไม่ช้าก็จะทำให้หญิงนั้นมีจิตใจ หลงใหลเมตตาสงสารเรา และก็จะกลายเป็นความรัก

    o โอม อิทถี อี ............................
    ม-งจะต้องรักกู ม-งจะร้อนใจ ทนอยู่มิได้

    นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ

    นะมะอะอุ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา

    เอหิพะหูชะนา เอหิจงมา นะโมธัมมายะ

    นะโมสังฆายะ เอหิจิตตัง ปิยัง มะมะ


    ข้อห้ามสำหรับคาถาบทนี้ หากว่าเราไม่ต้องการจริงจัง เพียงแต่จะทำหลอกเขาล่ะก็ อย่าได้ทำอย่างเด็ดขาด หากเขาตามมาแล้ว จะต้องเลี้ยงดู อยู่กันกันตามประสาสามี ภรรยาตลอดไป ห้ามมิให้ทอดทิ้งเขา และถ้าหากเป็นภรรยาของคนอื่น ที่เขามีเจ้าของอยู่แล้ว ห้ามใช้คาถานี้อย่างเด็ดขาด อาจจะเกิดพิบัติขึ้นกับตัวเองได้
    ถ้าหญิงจะเอาไปใช้ก็ได้นะแต่เปลี่ยนตรงอี เป็น ไอ้ คำว่าเมียหมายถึงแต่งงานแล้ว ถ้าเป็นแฟนกันอยู่ยังไม่แต่งเขียนได้สำหรับวัยรุ่น นะ แต่ดูข้อห้ามให้ดีนะคับ ถ้าใครไม่ทำตามข้อห้ามผมจะสาปแช่งให้ ร่ม จม ตลอดไปหมายเหตุ อันนี้นะ - อ่านเป็น มอึง ตัด อ ออก

    ถ้าชายใช้ให้ว่าตามนั้นเลยถ้าหญิงใช้ให้เปลี่ยน จาก อิทถี อี เป็น ปุริโส ไอ้ นะคับ


    คนรัก

    จะผูกจิตผูกใจให้คนรักคนหลง ให้มีเมตตามหานิยมไว้ก่อนแหละดี เราจะได้ไม่มีศัตรูหมู่มาร มาตรร้ายหมายชีวิต เสกคาถานี้เขาจะรักเราทุกคน

    พุท ธะ สัง มิ

    หลงใหล

    เมื่อใช้คาถานี้ เสกฝ่ามือลูบหลังสาวคนใด หรือจับเนื้อต้องตัว ก็จะให้จิตใจฟั่นเฟือน หลงใหลใฝ่ฝันในตัวเรา อยากจะมาหาเราใจแทบจะขาด

    นะอิฎฐีนะ พันธมะทะโว โสมานะ กะริฏฐาโท


    นะเมตตา

    คาถานี้ใช้เสกน้ำล้างหน้า เสกแป้งผัดหน้า เสกขี้ผึ้งสีปาก ยามจะออกจากบ้านจะมีเมตตา มหาเสน่ห์ ไม่เป็นที่เกลียดชังของผู้ใด มีแต่คนรักนิยมชมชอบทั่วไป

    พระพุทธัง อะระหัง เมมตาจิต พระธัมมัง อะระหัง เมตตาจิต พระสังฆัง อะระหัง เมตตาจิต



    คาถามหาระรวย

    จะเป็นการทำมาค้าขาย หรือเดินทางไปหาโชคลาภ หรือเข้าหาเจ้านาย ให้ใช้ถาคา บทนี้ เสกใส่ฝ่ามือ แล้วตบหน้าตัวเอง ๓ ที แล้วจึงออกจากบ้านไป

    การค้าขายก็จะมีกำไรงาม เจรจาตกลงง่าย เจ้านายก็จะเชื่อถือรักใครเรา

    โอม นะโมพุทธายะ นะมะพะธะ จะพะกะสะ ระรวย มหาระรวย ชายเห็นชายงง หญิงเห็นหญิงงง หลงด้วยเสน่ห์ มหาระรวย ตะติงยังเภทะกัญเจวะ เมตตาพุทธถามหา จะตุตถัง อังกุสัมภะวัง โธร้องทัก ปัญจะมัง สิริ สังขาตัง ร้องเรียกจะกวักมือ นะระรวย โมระรวย พุมธระรวย ธาระรวย ยะระรวย หลงใหลสวาหะ

    เมื่อใช้แล้วก็จะมีเมตตา มหานิยม เป็นที่รักของคนทั้งปวง ได้สมปรารถนา


    พระคาถาเสกขี้ผึ้งสีปาก, เสกแป้งผัดหน้า

    อิ ธะ คะ มะ จิ เจ รุ นิ

    เมื่อจะเดินทางไปแห่งหนตำบลใด ต้องการจะเป็นผู้มีเสน่ห์ให้คนรักคนชม จงใช้พระคาถานี้เสกแป้งผัดหน้า หรือเสกขี้ผึ้งทาปาก เจรจาแต่ถ้อยคำอ่อนหวานไพเราะ ไม่ขัดคอคน จะประสิทธิเมดีนักแล


    พระคาถาเรียกคน

    มะอะอุ สิวังพรหมา จิตตัง จิตมนุษย์ทั้งหลายทั่วทั้งแผ่นดิน มานิมามา อาคัจฉันติ มีจิตมารักกูทุกคน อุอะมะ เกลื่อนกล่นกันมา อะมะอุ บูชากูอย่าได้ขาด สัพพะบูชา มาลาภัง ภะวันตุ เมฯ

    มะอะอุ สิวังพรหมา จิตตัง มานิมา จิตตังวา ปุบผังวา เทวีวา ราชาวา เศรษฐีวา สะมะโณวา พราหมะโณวา อิตถีวา ปุริโสวา พานิชโชวา พานิชชาวา เอหิเอหิ ปูชิตา อะหัง วันทามิ สัพพะทาฯ

    คาถาทั้ง๒บทนี้ใช้คู่กัน บทแรกให้เสกธูปหอมเสียก่อนจึงจุดขึ้น ใช้บทที่สองสวดบูชาพระเรียกนำลาภสักการะมาให้ใช้ทางค้าขายจะมีลาภผลดีนักแลฯ

    ปริศนามายา

      ปริศนามายา
    ในระหว่างปี พ.ศ. 800-1450 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยุโรปกำลังตกอยู่ในยุคมืดแห่งอวิชชา ในทวีปอเมริกากลาง ที่ปัจจุบันคือ Gualemala Mexico, Honduras, Belize และ El Salvador กำลังเป็นแหล่งอาศัยของชนเผ่ามายา (Maya) ประวัติศาสตร์ได้จารึกว่า ในระยะเวลาดังกล่าว อารยธรรมมายาได้เจริญรุ่งเรืองสุดขีดเช่น ได้สร้างพีระมิดและพระราชวังที่มโหฬารและวิจิตรอลังการมากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป 5 ศตวรรษเท่านั้นเอง อารยธรรมมายาก็ถึงแก่กาลอวสาน โดยได้สูญสลายหายไปจากโลก เมื่อผู้คนมายาพากันอพยพเผ่นหนีเมืองของตนอย่างไร้เหตุผลใดๆ หลังจากนั้นป่าก็ได้เข้าครอบคลุมและบดบังอารยสถานต่างๆ ทำให้ไม่มีมนุษย์คนใดได้เห็นอัครสถานเหล่านี้อีกเลย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2384 เมื่อ John Lloyd Stephens นักผจญภัยชาวอเมริกัน ได้พบเมือง Copan ในป่าทึบของประเทศ Honduras เราจึงได้รู้จักโลกของชาวมายาอีกครั้งหนึ่ง

    ตลอดระยะเวลา 160 ปีที่ผ่านมานี้ นักโบราณคดีได้พบว่า ชนเผ่ามายามีความสามารถทางดาราศาสตร์ จนสามารถทำนายเวลาเกิดสุริยุปราคา และจันทรุปราคาได้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน รู้จักทำปฏิทินใช้ รู้จักประดิษฐ์เลขศูนย์ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ รู้จักค้าขายเกลือ หยก และเครื่องปั้นดินเผา ตามปกติชาวมายานับถือเทพเจ้ามาก และมีเทพเจ้ามากมายทั้งสุริยเทพ วสันตเทพ และมรณเทพและเทพเจ้าเหล่านี้ทรงโปรดปรานการเสวยเลือด ดังนั้น เหล่าเชลยศึกสงครามจะถูกชาวมายาฆ่าเพื่อเอาเลือดไปถวายเทพ

    สังคมมายามีการแบ่งชั้นวรรณะ โดยมีพระนักบวชอยู่ในวรรณะสูงสุด เพราะเป็นผู้เข้าใจดาราศาสตร์ รู้สถาปัตยกรรมศาสตร์ และรอบรู้ในสรรพวิทยาการ ดังนั้น ชีวิตของพระจึงเป็นชีวิตที่สบาย มีหยก ขนนกปักษาสวรรค์ และหนังสัตว์ในครอบครอง และเวลาเดินทางไปไหนมาไหน จะมีทาสหามเสลี่ยงไป ส่วนชาวบ้านธรรมดานั้นก็จะทำแต่งาน แล้วนำผลิตผลดีๆ ไปถวายแด่กษัตริย์ เมื่ออยู่ในวัยเด็กชาวมายาจะใช้ชื่อหนึ่ง เวลาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะใช้อีกชื่อหนึ่ง และจะเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเมื่อแต่งงาน ดังนั้น ชาวมายาแต่ละคนจะใช้ชื่อมากถึง 3 ชื่อในชีวิต ณ วันนี้ ปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนคือ อารยธรรมมายาล่มสลายเพราะเหตุใด

    เมื่อ 12 ปีก่อนนี้ A. Demarest แห่งมหาวิทยาลัย Vanderbilt ในสหรัฐอเมริกาได้พบอักษรจารึกบนภาชนะที่ฝังในพีระมิด ซึ่งอ่านว่าความไม่อิ่มเอมในอำนาจรสของบรรดากษัตริย์ ที่ได้สู้รบกันเพื่อแย่งชิงอาณาจักรกัน คือสาเหตุหลักที่ได้ทำลายอาณาจักรมายาวายวอด เพราะเวลาเกิดสงคราม ชาวบ้านที่เคยอาศัยอยู่นอกเมืองต้องหนีข้าศึกอพยพเข้ามาอยู่ในเมือง ทำให้ผลิตผลการเกษตรลดปริมาณเมื่อภาวะทุพภิกขภัยบังเกิด ชาวบ้านก็ได้กรูเข้ายึดพระราชวัง เพื่อยื้อแย่งราชภักษาหารไปบริโภค และนั่นก็คือจุดจบของกษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรมายา

    ณ วันนี้นักโบราณคดียังไม่พออกพอใจกับคำตอบที่ว่า สงครามกลางเมืองทำให้อาณาจักรมายาสลายเท่าใดนัก เพราะเหตุผลอื่นๆ ก็มีน้ำหนักมากเช่นกันเช่น พื้นแผ่นดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอาณาจักรมายาเป็นดินแดนที่แสนจะไร้คุณภาพ ทั้งนี้เพราะมีป่าทึบปกคลุมทำให้ฝนตกในอาณาจักรหนักมาก ซึ่งมีผลทำให้ป่ามีสิ่งมีชีวิตหนาแน่นจนเกินไป จนสัตว์ป่าได้เข้ามาคุกคามวิถีชีวิตของชาวเมือง นอกจากนี้การมีฝนตกชุกยังได้ทำให้น้ำฝนไหลชะเนื้อดินที่จะใช้สำหรับทำเกษตรกรรมหลุดไปมาก ชาวบ้านจึงทำเกษตรกรรมได้น้อยลงๆ และนั่นก็หมายความว่าสภาพทางเศรษฐกิจก็ตกต่ำลงๆ และเมื่อเรารู้ว่าการที่มนุษย์จะมีอารยธรรมได้ สภาพทางเศรษฐกิจของมนุษย์จะต้องดีก่อน เพราะมนุษย์จะได้มีเวลาอุทิศตัวสร้างสรรค์ความเจริญด้านบริหาร ศาสนา วัฒนธรรม ศิลปะ และวิทยาศาสตร์ แทนที่จะคิดทำมาหากินเลี้ยงกระเพาะแต่เรื่องเดียว ดังนั้น เมื่อสภาพแวดล้อมไม่ดี ผลที่ติดตามมาคือ ชาวบ้านประสบความยากลำบาก ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนาอารยธรรมมายาเป็นไปได้อย่างยากลำบากมาก

    นอกจากเหตุผลนี้แล้ว ชาวมายานั้นตามปกติชอบทำเกษตรกรรมเลื่อนลอย ซึ่งหมายความว่าชาวบ้านนิยมตัดป่าแล้วเผาป่า การทำเกษตรกรรมลักษณะนี้จึงต้องการพื้นที่ทำงานขนาดใหญ่ เกษตรกรแต่ละคนจึงตั้งบ้านเรือนอยู่กันห่างไกล การรวมพลังสร้างสรรค์ใดๆ จึงเป็นไปได้ยาก และเมื่อชาวมายานิยมแบ่งพื้นที่ให้กษัตริย์ปกครอง การต่อสู้แย่งชิงพื้นที่เกษตรกรรมจึงเกิดขึ้นบ่อย ทำให้ประเทศขาดความสามัคคี และนี่อาจเป็นสาเหตุอีกประการหนึ่งและข้อมูลที่น่าประหลาดใจอีกเรื่องหนึ่งคือ ชาวมายาไม่รู้จักใช้ล้อ และไม่รู้จักการถลุงแร่ ซึ่งแสดงว่าชนมายาดำรงชีวิตเหมือนมนุษย์หินที่รู้จักใช้เพียงไม้ กระดูกสัตว์ หินปูนและหินทรายในการสร้างเมืองเท่านั้นเอง ถึงกระนั้นชาวมายาก็ประสบความสำเร็จในการสร้างพีระมิดที่เมือง Tikal ซึ่งสูงถึง 70 เมตร โดยใช้ความรู้คณิตศาสตร์ชั้นสูงที่ตนมี

    นักประวัติศาสตร์ด้านอารยธรรมมายา อีกหลายคนได้ให้เหตุผลเกี่ยวกับสาเหตุการล่มสลายของอารยธรรมนี้ว่า อาจเกิดจากความล้มเหลวทางการพาณิชย์ที่มีการเรียกเก็บภาษีจากเกษตรกรรมมากไป หรืออาจจะเกิดจากที่อาณาจักรถูกพายุทอร์นาโดถล่มหรือเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง ในอาณาจักรซึ่งได้สังหารผู้คนจำนวนนับแสนคน หรืออาจจะเกิดจากโรคร้ายแรงเช่น ทรพิษ หรือกาฬโรคที่ได้ระบาดไปทั่วอาณาจักรมายา ฯลฯ

    แต่เหตุผลเหล่านี้มีน้ำหนักน้อยเพราะถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เราก็จะต้องเห็นเถ้าถ่านและร่องรอยที่อาณาจักรถูกทำลาย รวมทั้งได้เห็นโครงกระดูกของชาวมายาเกลื่อนกลาดด้วย ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานในมือ แต่นักประวัติศาสตร์ก็รู้ว่าความกลัวได้ขับไล่ผู้คนให้หลบหนี และละทิ้งบ้านเมืองของตน แล้วอะไรที่ทำให้ชาวมายาผวากลัว นี่คือปริศนามายาที่ยังไม่มีคำตอบ

    ในความพยายามที่จะเข้าใจความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ของชาวมายา นักโบราณคดีได้บุกป่า ฝ่าดงในเม็กซิโกเพื่อค้นหาหลักฐานจากพีระมิด จากวิหารที่ชาวมายาสร้างและ James E. Brady แห่งมหาวิทยาลัย California State ในสหรัฐอเมริกา ได้พบว่า ถ้ำคือศาสนสถานที่สำคัญของชาวมายา เพราะเขาได้พบหลักฐานมากมายในถ้ำที่แสดงให้เห็นว่า ภายในถ้ำที่ไม่ค่อยมีแสงสว่างนัก กษัตริย์มายาและพระนักบวชชาวมายามักทำพิธีกรรมและสวดมนต์เพื่อให้ตนเองครองอำนาจอย่างยั่งยืน

    และเมื่อถ้ำในธรรมชาติมีน้อย ชาวมายาจึงได้หันไปขุดถ้ำ เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมเป็นจำนวนมาก จนถ้ำอาจเปรียบเทียบได้กับพีระมิดมายาที่เลื่องชื่อ

    และในที่ประชุมของ Society for American Archaeology ที่เมือง Denver ในรัฐ Colorado สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2545 Brady ได้รายงานว่า

    ชาวนามายาที่อยู่ห่างไกลจากเมืองและอยู่ในป่ามักขุดถ้ำตามภูเขา เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และในถ้ำบางถ้ำนั้นชาวมายาจะนำศพของบรรพบุรุษไปฝัง ทั้งนี้เพราะชาวมายาเชื่อว่าน้ำที่ไหลจากภูเขาและออกมาตามถ้ำ คือน้ำจากใจกลางโลกที่สามารถเลี้ยงดูมนุษย์ได้ ดังนั้น การฝังศพของบรรพบุรุษในสถานที่ลึกเช่นนี้ จึงเป็นการไหว้วานให้วิญญาณให้ปกป้องน้ำ เพื่อชาวมายาได้มีใช้ตลอดไปด้วย นอกจากนี้การฝังศพในถ้ำก็เป็นการช่วยให้วิญญาณของผู้ตายได้ติดต่อกับยมเทพในนรก เพื่อขอร้องมิให้ยมเทพบันดาลเหตุร้ายแก่ตน

    นอกจากนี้ Brady ยังพบเปลือกหอยมากมายในถ้ำ ทั้งนี้เพราะชาวมายาเชื่อว่าเปลือกหอยคือสัญลักษณ์ของน้ำ การเกิด การตาย และการเจริญพันธุ์และยังพบเครื่องปั้นดินเผาและลูกปัดด้วย ในบางถ้ำมีภาพวาดตามผนังซึ่งแสดงให้เห็นการแต่งกายของชาวมายาสมัยนั้น

    มายา ณ วันนี้ โบราณคดีถ้ำของชาวมายา จึงกำลังเป็นวิทยาการอีกด้านหนึ่งของประวัติศาสตร์มายาที่ทำให้เรา ปัจจุบันรู้จิตใจของคนมายา เมื่อ 1,000 ปีก่อน ดีขึ้นครับ


     

     

    อ้างอิงจาก   http://www.ipst.ac.th/ThaiVersion/publications/in_sci/maya.html

    วันว่างๆ

         ช่วงนี้อยู่ว่างๆ    ไม่มีอะไรทำ   ว่างสี่วัน
    ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงยุ่งๆ   วันว่างๆแบบนี้ก็ไม่รู้จะไปไหน
    นั่งพิมพิ์อะไรเล่นๆดีกว่า   ช่วงนี้เริ่มเบื่อๆกับอินเตอร์เน็ต
    ไม่อยากเล่นเลย    มันก็ซ้ำเดิมๆ   เล่นมาหลายปีแล้ว
    บางเว็บก็เล่นมาตั้งหลายปีตั้งแต่มันยังไม่ฮิต   จนคนอื่น
    เขาฮิกันแล้ว    เราก้ไม่อยาเข้า   ตอนนี้สู้เอาเวลาไปอ่านหนังสือ
    ดีกว่าแทนจะมามัวแต่ดูกระทู้    อัพเว็พ   อัพบล็อก    นั่งแช็ท
    บางครั้งเราก็ออนทั้งวันนะ   แต่ก้ไม่รู้อะไรกับใคร   เวลาต่อเน็ท
    หาข้อมูลกฎหมาย   เราก็ออนไลน์ไว้ตลอดเวลา   หรือบางเวลา
    ฟังคำบรรยาย   ก็ออนทิ้งไว้   อีเมลลืเหรอแทบจะไม่มีอะไร
    นานๆถึงจะมีเรื่องสำคัญ   แต่ส่วนใหย่ก็เป็นแต่ฟอร์เวิดเมลล์
    เมลล์โฆษนา   สแปมเมลล์    จึงไม่มีความจำเป็นมากที่จะเช็คเมลล์
     
        โทรศัพท์อีกอะ    เริ่มเบื่อๆไม่อยากจะคุย   บางครั้งโทรออกก็เพราะ
    ความเคยชินเพราะเมื่อก่อนโทรเยอะ   ช่วงนี้พยายามหลีกหนีจากโทรศัพท์
    จึงมีความจำเป็นที่ต้องเปิด  ปิดเครื่องเป็นเวลา   ใจจริงไม่อยากใช้เลยแหละ
    แต่ก็ต้องไว้โทรติดต่อกับที่บ้าน    และก็ต้องมีเรื่องงานบ้างจึงเลิกใช้มันไม่ได้
    แ่ก็จะพยายามใช้มันให้น้อย   คุยเฉพาะเท่าที่จำเป็นทั้งที่โทรศัพท์ผมโทรฟรี
    ในเครือข่ายเอไอเอส  วันละสิบแปดชั่วโมง   ถ้ามัวแต่เอาเวลามาคุยโทรศัพท์
    เล่นเน็ท    เที่ยวเล่นคงไม่มีเวลาอ่านพอดี   เพราะต้องอ่านหนังสือหนักเพื่ออนาคต
     
          ไม่ใช่ว่าเห็นแก่ตัว    แต่บางครั้งการคุยโทรศัพท์มันก้ไม่มีเรื่องอะไรเล้ย
    เรื่องที่ทำงาน    เรื่องชาวบ้าน   ตอนนี้ผมยังไม่อยากรับเรื่องอะไรของใครนะ
    ครับ   อาทิตยืหนึ่งที่โทรมาคุยกับผมเรื่องเดียวกันทุกวันนี่   ไม่รู้จะคุยทำไม
    ถ้าเป็นเรื่องสำคัญผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ   นานทีโทรมาคุยกัน  
         แด่เพื่อนบางคนผมเองก็ไม่รู้จะตอบกับบางท่านได้อย่างไรที่ผมไม่ทรไปหา
    พวกท่าน     เพราะเหตุว่าผมเองไม่ค่อยมีเวลา   อีกอย่างท่านก้ไม่มีเวลาว่างตรง
    กับผม   ผมว่างดึกๆ   นอนดึกไม่สิผมนอนเช้า    ผมต้องอ่านหนังสือ   และฝึกงาน
    ชีวิตนักกฎหมายต้องอ่านหนังสือเยอะ    จะมีเวลาก้จนกว่าจะสอบผ่านได้เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา
    ณ  ตอนนี้ ผมยังไม่เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา   ผมจึงต้องอ่านหนังสือ   เพื่ออนาคต
    หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจผมนะครับ   
     
     
        
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    March 03

    วันเกิดที่เหงาๆ

                     วันเวลาช่างผ่านพ้นไปเร็วมากๆ    แป๊บๆก้เวียนมาบรรจบครบวันเกิดอีกแล้ว
    ทำให้รู้ว่าเราควรทีจะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า    อย่าหลงระเริงกับสิ่งยั่วยุต่างๆในสังคม   ใช้ชีวิต
    อย่างไม่ประมาท   เพราะเวลานั้นผ่านไปเร็วมาก    หากเรายังมัวแต่หลงใหลในวัตถุไม่ทัน
    ระวังกับการใช้ชีวิต   เราเองก้อาจจะมีปัยหาก็ได้
     
                      วันเกิดไม่ใช่วันที่จะมาฉลองสำหรับผม     แต่วันนี้เป็นที่ควรระลึกถึงและสำนึก
    ในพระคุณของคุรแม่    หากไม่มีแม่ที่ให้กำเหนิดผมมา    ผมก้คงไม่มีวันนี้    ไม่มีวันที่ผม
    มานั่งพิมพิ์อยู่อย่างนี้    ดังนั้นผมจึงหาควรที่จัดงานฉลองอะไรไม่    ไปทำบุญดีกว่าครับ
     
     
                  
    December 01

    ห่างหายจากสเปซไปชาติเศษ

         นานมากๆที่ไม่ได้เข้ามาในสเปซ   ด้วยเหตุผลหลายประการที่มิอาจก้าวล่วงได้
          แล้วไหนก้จะมีhi5  อีก  มันก็เลยดูเหมือนจะเป็นการลักลั่นกัน   ช่วงเวลาที่ห่าง
          หายไปมีอะไรเกิดขึ้นมากมาย    อะไรที่มันทำให้เศร้าก้ปล่อยมันทิ้งไป    ผู้หญิง
          คนไหนทำให้เจ้บก้อย่าไปคิดถึงเขา    ทำหน้าที่ของเราให้ดี    ช่วงนี้มีผู้คนใหม่ๆ
          เข้ามาในชีวิตเยอะแยะ   สังคมเริ่มเปลี่ยนไป    จากเมื่อก่อนอยู่ในแวดวงสุขภาพ
          เดี๋ยวนี้ก็อยู่กับคนที่เรียนสายเดียวกันคือด้านกฎหมาย   อาจเป็นเพราะวันเวลาที่
          ผันแปร  เราเองก้ถอยออกมาจากแวดวงสายสุขภาพนาน    เพื่อนเก่าก้ไม่ค่อยเจอหน้ากันเท่าไร
         บางคนที่เคยสนิทเขาก้เปลี่ยนงานไปทำด้านอื่น   ไม่มีเวลาสังสรรค์เหมือนแต่ก่อนเพราะ
         ก็มีแต่ๆพี่ๆที่เรียนกฎหมายที่เรียนกฎหมาย    เมื่อวานก็ไปเจอพี่ที่จบจากเมกามา
         เขาเอาฮาร์ดดิสมาก็อปไฟล์กฎหมาย    พี่เขาใจดีน่ารัก   วันนี้บ่ายๆก้มีนัดที่เดิม
         ก้เรื่องกฎหมายอีกเช่นเดิม     บางครั้งมันดุเหมือนจะเบือนะ   แต่พอเอาเข้าจริงๆก็สนุก
        
        วันแรกที่เพื่อนชวนเรียนนิติยังจำได้เลย     กำลังนั่งเล่นเกมส์ไปด้วยดูหุ้นไปด้วย
         ไม่เคยคิดที่จะเรียนเพื่อนชวนว่ามาเรียนนิติก้ลองเรียนดุูไม่ได้ชอบอะไรเล้ย
          ก้คนมันเรียนสายวิทย์มานิ   แถมเรียนด้านวิทยาศาสตร์เพียวหนึ่งปี
          วิทยาสาตร์สายสุขภาพอีกสองปีให้มาเรียนกฎหมายมันคืออะไรที่เปลี่ยนแนวมากๆ
           วันแรกที่เรียนงั้นๆเฉยๆ    รู้สึกชอบก็วันหนึ่งได้เข้าห้องสมุดเอาฏีกาเต็มมาอ่าน
            เออเหมือนนิยายดีหวะ   โจทย์กับจำเลยมีอะไรสนุกๆอีกเยอะ    น่าสนลังจากนั้น
            ก็รักเส้นทางสายกฎหมาย    แต่ชีวิตมันก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหราบเสมอไป
            ผมต้องพบเจอประสบกัปัญหาต่างๆ    ทั้งเรื่องเพื่อน   เรื่องสังคม   เจอคนนินทาสารพัด
            ปวดหัว    ตอนนั้นมีเพื่อนแนะนำให้ไปสอนที่โรงเรียนสอนคนตาบอดก้โอเคดีขึ้น
            ได้ทำบุญ     ผมก็สอนที่นั่นอยู่พักใหญ่    ส่วนวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็จะไปวิปัสนาที่อ้อมน้อย
             นั่นเป้นชีวิตเทอมแรกของการเรียนกฎหมาย   ก้ไม่ได้อะไรเรื่อยๆ    เทอมมสองก็สนุกดี
             ตั้งใจเรียนมากขึ้น    พอขึ้นปีสองเจอเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจ    ทั้งหุ้นที่วื้อไว้ราคาตกมากๆ
             ผุ้หญิงคนหนึ่งบอกลา(คนที่ทำให้เจ็บจนทุกวันนี้)  ผมคิดสั้นกินยาพาราไปยี่สิบเม็ด  
     
             วันนั้นผมเข้าโรงบาลมีผู้หญิงโทรมาสองคนคนหนึ่งเรียนเภสัชมหิดล(ตอนนี้จบแล้ว)อีกคนเรียน
             เภสัชมอ  (จบแล้วเช่นกัน)    แต่เธอที่ทำให้ผมเศร้าไม่มีแม้แต่เอสเอ็มเอส   หลังจากฟื้นตัวผม
             ก้ไม่สนใจเรียนมากเท่าไร    ทำธุรกิจเต็มขั้น  ตอนนั้นมีนักศึกษาพยาบาลมาขอเป้นแฟน
             ก็ตอบตกลงไปโดยไม่ได้คิดอะไร    ช่วงนั้นะุรกิจที่ทำรุ่งมาก   ผมได้กำไรจากราคายางพาราสูง
             แต่ชวิวิตก้ไม่มีอะไรแน่นอน    วันหนึงราคาตกผมขาดทุนเยอะนะครับ    เอาเป้นว่าจ่ายค่าเทอม
             เรียนหมอมหาวิทยาลัยเอกชนได้สองเทอมแหละ    จำนวนเงินที่ผมขาดทุนไป    วันเวลาก็ผ่านไปเรื่อย
             ผู้หญิงที่บอกลาผมไปเธอกลับมาหาผม   ผมก็บอเลิกผู้หญิงที่เขาขอเป็นแฟน     หลังจากนั้นผมก้คบ
             คบกับผู้หญิงคนที่บอกลาผมไปเป็รแฟนได้ช่วงหนึ่ง    ผมทุ่มเทให้กับเธอมาก    เอาใจทุกอย่าง
             เธอเรียนหมอที่ขอนแก่น    วันหยุดผมก็ไปหา    เธออยากมากทม    ผมก็โอนตังค์ให้หรือไม่ก็จ่ายค่ารถให้
             ขนาดเธอมาหาผมที่กทม    เธอป่วยผมก้ดุแลเธอจนทำให้ผมเข้าสอบไม่ทัน    ผมก้ไม่ว่าอะไร
             ผมเองคงไม่สามารถเข้าใจผู้หญิงได้    เธอบอกรักผมบ่อยมากนะ   แต่วันหนึ่งเะอก็บอกเลิกผมในเดือนตุลาปีสี่เก้า
              เรื่องยังไม่จบครับ     เลิกกันยังไงก้ยังติดต่อคุยโทรศัพท์กันอยู่ครับ    เธอเองจะมางานคอมาทผมก้ออกค่ารถให้พันหนึ่ง
             เป็นต้น   วันนั้นเป็นวันลอยกระทงปีที่แล้วปีสี่เก้าน่นหละ   เธอยังทะเลาะกับผมที่พระรามแปด   เพราะเหตุที่เธอไม่คิดว่า
             ผมจะบริหารเวลาและทำทุกอย่างให้มันทันเวลาได้    แต่แล้วผมเองก็จัดการได้เรียบร้อยสีหน้สเธอก็เปลี่ยน
             จากโกรธเป็นขอบคุณนั่นแสดงว่าที่ผมต้องเป็นแบบนี้   ชีวิตรักต้องล่มคงเพราะว่าเราทั้งสองต่างไม่ยอมรับและเข้าใจ
             ซึ่งกันและกันมั้ง    ละครเรื่องหนี้ยังไม่จบ   วันที่สามมกราคมปีห้าศูนย์   เธอขอผมเป็นแฟนและบอกว่าสงสารที่เห็นผม
              ขาดทุน    วันที่เจ็ดมกราคมปีห้าศูนยืเธอมาถึงกทมเที่ยงคืนแล้วไป   เชียงใหม่กันในตอนเช้า     ขณะอยู่ที่เชียงใหม่ผม
               ก้เทคแคร์เะออย่างดี    ถึงเธอจะไม่ได้ไปด้วยเครื่องบินชั้นธุรกิจพักโรงแรมห้าดาวเหมือนช่วงที่ผมเคยพาแฟนเก่าไป
              แต่ผมก็พาไปด้วยเงินน้อยนิดที่ผมมีเพราะเธออยากไปเชียงใหม่    หลังจากกลับจากเชียงใหม่ก้นั่งรถจากสุวรรณภูมิ
              แล้วไปที่นครชัยเพื่อส่งเธอกลับขอนแก่น    นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้พบเธอ    เธอถึงขอนแก่นแล้ว    อยากทราบไหมครับว่า
              วันต่อมาคืออะไร     เธอบอกเลิกผมทางโทรศัพท์    แล้วผมก้ไม่เจอเธออีกเลย    เหตุผลที่บอกเลิกเราเข้ากันไม่ได้
              ผมเองไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเราต้องทำดีกับผู้หญิงมากแค่ไหนถึงจะไม่โดนบอกเลิก    เอาใจใส่   ให้ความรัก   ความสะดวกสะบาย
              นี่มันไม่พอเหรอ     หลังจากเลิกกันตั้งแต่มกรา   เวลาเะอมีปัญหาอะไรก้จะตื้ดมาหาผมแล้วให้ผมโทรกลับเสมอๆ    ที่ช่วงนี้
               หายไปได้สักพักแล้วหละที่เธอไม่โทรมา    ผมเองก็บอกกลับตัวเองว่าหากวันไหนเธอตื้ดมาอีกผมจะไม่โทรกลับไป 
               ผมเคยลองโทรไปหาเธอในช่วงที่เธอไม่ตื้ดมานะพูดกับผมแบบไม่ดีเลย    บางครั้งก้จะบอกว่ามีธุระอยู่    บางครั้งก็จะขึ้นเสียงดุๆ
               แต่เวลาตื้ดมาแล้วผมโทรกลับก้จะทำเสียงอ้อนๆ    ผมเองแม้มีธุระหรือเพิ่งนอนผมก็รับสาย   บางครั้งหลับไปแล้วเธอโทรมาก้รับสาย    ไม่เคยไม่รับไม่สิตื้ดมาแล้วผมต้องโทรกลับตลอด   ทั้งที่ผมเองก็นอนดึกอยู่แล้ว    และผมก็หลับยากแต่ก็ยังคุยกะเธอ
                วันนี้ผมอาจไม่ใช่คนดีเหมือนเมื่อก่อนมั้ง    ผมจะไม่โทรกลับหากเธอโทรมา    เหมือนยิ่งคุยผมยิ่งเจ็บมากโดนทิ้งยังไม่พอเหรอ
                 ยังต้องมาเจอแบบนี้อีก    สมัยเมื่อก่อนไม่คิดนะ    แ่ช่วงหลังๆคิดว่า   ทำไมเราทุ่มเทขนาดนี้เธอยังทำกับผมอีก
                 แม้เวลาเธอมีปัญหาหรือมีอะไรให้ผมช่วยเธอก็ยังตื้ด มาอีก    บางช่วงเวลาที่ผมโทรฟรีก็ไม่ว่าหรอก    แต่ช่วงเวลาที่ผม
                 ไม่ได้โทรฟรีแล้วก็ให้ผมโทรกลับนี่สิครับ   ทั้งที่กลับผู้ชายคนใหม่ยังยอมเสียตังค์โทรไปหา     แต่เวลามีปัญหาต้องการให้แฟน
                 เก่าอย่งผมช่วยกลับยิงมา   ผมเองบางครั้งป่วยหนักแต่เขาไม่เคยจะถามไถ่อะไร   
     
                 เรื่องแบบนี้มันคงใช้เวลาสักพักเพื่อจะลืม    อยากรู้ว่าถ้าท่านอ่านจบแล้วท่านจะแนะนำผมว่าอย่างไรดี
                 ความมจริงเรื่องมันยาวและมีลายละเอียดมากกว่านี้แหละครับ    คนเราเป็นแฟนกันก่อนเลิกมันก็ต้องมีเรื่องดีบ้างสิเนอะ
                  หาใช่จะมีแต่เรื่องเศร้าจริงไหมครับ    ผมเองยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้ทำอะไรที่โรแมนติกดี    เอาใจเก่ง   ข้อดีของเธอก็มี
                  แต่เธอทำให้ผมเจ็บมันก็มี   บอกรักแล้วอีกวันบอกเลิก     ผมไม่สบายไม่เคยเห้นใจกันเลย    โทรมาให้ผมเติมเงินให้
                   เพื่อจะเอาไปโทรหาผู้ชายคนอื่นแต่ผมไม่เติมให้นะครับ    เคยก็ช่วงยังเป็นแฟนกันเท่านั้น     โทรคุยเล่นกับผู้ชายคน
                   ใหม่ได้โดยออกเงินเอง   แต่กลับแฟนเก่าคุยธุระอยากให้ช่วยแต่ยิงมา    ถ้าท่านที่อ่านเป็นผมท่านจะเจ็บไหมครับ
                   
                  
     
     
     
     
     
     
     
     
      
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
       
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
       
     
    October 04

    ไม่มีอีกแล้วความรู้สึกแบบนี้

    Sent :  Wednesday, April 5, 2006 8:14 PM
    To :  conan_zaza@hotmail.com
    Subject :  กุ๊กไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้จะทำยังไง
    Go to previous message | Go to next message | Delete | kookkai | Inbox

    View E-mail Message Source
    Content-Type: text/html; format=flowed
    
    กุ๊กนอนไม่หลับอ่ะพี่แม็ก
    แหะๆ
    เมื่อกี้ไม่รู้เป็นไรเพลงที่พี่แม็กเปิดให้กุ๊กฟัง เพลงของแมวอ่ะค่ะ กุ๊กน้ำตาไหลเลย(ห้ามขำน๊า)
    ส่วนกุ๊กอยากให้พี่แม็กฟังเพลงนี้  ตั้งใจฟังนะ เพราะกุ๊กรู้สึกแบบเพลงนี้จริงๆ แต่พูดให้มันซึ้งแบบเพลงนี้ไม่ได้ไง
    หึหึ แบบว่า...กุ๊กไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้จะทำยังไงถึงจะเท่ากับที่พี่แม็กมาสนใจคนอย่างกุ๊ก มารักกุ๊ก มาทำให้กุ๊กรู้ว่ากุ๊กมีค่า
    อืม แค่นี้นะคะแม็กกี้
    หาวววว
    ไปละนะคนหน้าหมา +ซุปเปอร์ไซย่า+ตัวเล็ก+หัวล้าน  แหะๆๆ 
    ------------------------------------------------------------------------------------

    From :  kOOkkig KOOKai <*******@hotmail.com>
    Sent :  Monday, March 20, 2006 1:38 PM
    To :  conan_zaza@hotmail.com
    Subject :  ถึงโคอิโนบิตะ55
    พี่แม้กกกกกกกกกก
     
    ตอนนี้สองทุ่มกว่าๆจะทานข้าวยังน้อ
     
    หวังว่าคงไม่ลืมทานข้าวนะแม็กกี้
     
    ส่วนกุ๊กก็ทานข้าวเรียบร้อยแล้วค่ะ
     
    ทานเสร็จก็เล่นกะน้องน้ำ พอน้องน้ำกลับกุ๊กก็ไม่มีไรทำแล้ว
     
    ก็เลยเล่นเนตเผื่อเจอพี่แม็ก..55555 แต่ก็เจอจริงๆ
     
    เจอแต่ชื่อคุโด้ชินอิจิผมรักกุ๊กไก่ครับ แต่ไม่เจอคนหนะค่ะ
     
    5555 กุ๊กก็เลยเซ็งเลย อิอิ
     
    แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวตอนดึกก้ได้คุยกันแล้ว(มั้ง)ถ้าแม็กกี้โทรหา
     
    เนี่ย..คืนนี้พี่แม็กจะหลับอีกมั้ยเนี่ย55 กลัวจัง
     
    กลัวโดนทิ้งให้พูดคนเดียวอีกอ่ะค่ะ ทำไงได้หละ คนมันเพลียนี่เน้อ เหนื่อย เดินเกือบทั้งวัน
     
    ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆเหมือนกุ๊ก
     
    .....คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆ
     
    ตอนนี้จะทำไรอยู่ก็ไม่รู้ เป็นตายร้ายดียังไงบ้างเนี่ย โดนเขาหลอกอีกรึป่าวก็ไม่รู้
     
    ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆนะพี่แม็ก
     
    เข้าใจม้ายยย
     
    แม็กกี้หน้าหมา
    --------------------------------------------------
     
    From :  kOOkkig KOOKai <*****@hotmail.com>
    Sent :  Saturday, October 7, 2006 3:52 PM
    To :  conan_zaza@hotmail.com
    Subject :  ห่มผ้าด้วยนะหมา
    กลัวหมาจะนอนไม่ห่มผ้า

    หมาจะแปลงฟันมั้ยน๊า

    วันนี้ไปมุกดาหาร

    เจอผ้าห่มสวยๆ คิดถึงหมามากเลย

    แต่เค้าก็ไม่มีตังซื้อให้

    เค้าอยากให้หมามีผ้าห่มอุ่นๆ

    เพราะแอร์ห้องหมามันตกใส่

    แล้วหมาก้สุขภาพไม่ดีด้วย

    ฮือๆๆๆเค้าห่วงแฟนเค้าจัง
    -------------------------------------------------------------------------------

        คงไม่มีใครส่งเมลล์ประมาณนี้มาหาผมอีกแล้ว

        ที่เหลือคือความทรงจำ  

    September 12

    เหนื่อย

               เหนื่อยเหมือนกัน     ต้องอ่าหนังสือหนัก
               รีบจบแล้วก้ไหนจะกลับมาเล่นหุ้นอีก
                แต่ประเดิมวันแรกโชคดีกำไรแล้ว555
                ขอเวลาอ่านหนังสือสักพัก   แล้วจะเริ่มเล่น
                 ยางอีก   เพราะว่าตั้งใจไว้แล้ว  
                 ว่าจะเอาเฟอร์มาให้ได้
    July 25

    Harry Potter and the Deadly Hallows

    เล่มสุดท้ายเริ่มต้นด้วย ลอร์ดโวลเดอมอร์และผู้เสพความตายอยู่ที่บ้านลูเซียส มัลฟอย วางแผนที่จะฆ่าแฮรี่ พอตเตอร์โดยเขาไม่หลบหนีไปเสียก่อนหลังจากยืมไม้กายสิทย์ของ ลูเซียสโวลเดอมอร์ฆ่าศาสตราจารย์ชาริตี้ เบบเบจ ครูสอนมักเกิลที่ฮอกวอตที่บอกว่าจุดจบของพ่อมดเลือดบริสุทธิ์คือสิ่งที่ดี

    ขณะที่แฮรี่อ่านข่าวมรณกรรมของอัลบัส ดัมเบิ้ลดอร์ เขาก็รู้ว่าพ่อของดัมเบิลดอร์เกลียดพวกมักเกิล และได้ฆ่ามักเกิลไปหลายคน, และเขาไปตายที่คุกของอัสคาบันสำหรับอาชญากรรมที่ก่อขึ้น. แฮรี่เสียใจที่ไม่ได้ถามดัมเบิลดอเกี่ยวกับอดีต , แต่เขาก็ต้องรีบหนีออกจากบ้านโดยเร็ว เขาสารภาพต่อป้าเพตตูเนีย ลุงเวอนอน และดัดลี ว่าต้องหนีออกจากบ้านเพื่อไม่ให้ผู้เสพความตายมาจับเขาทัน แฮรี่หนีโดยได้รับความช่วยเหลือโดยสองพ่อมด ดัดลีก็ตระหนักว่าเขาเป็นห่วงแฮรี่

    หลังจากนั้นภาคีนกฟินิกส์มาถึงวางแผนที่จะซ่อนแฮรี่ไม่ให้โวลเดอมอร์จับเขาได้ รอน วิสลี่,เฮอไมโอนี เกรนเจอร์,พี่น้องวิสลี,เฟอ เดลคาเค้า และแมกดังกัสเฟชเชอร์ เสกคาถาให้พวกเขาหน้าตาเหมือนแฮรี่ หลังจากการไล่ตามของผู้เสพความตายและโวลเดอมอร์ เริ่มมีคนตายเกิดขึ้น เวดฮิก และนกฮูกของแฮรี่ตาย จอสวิสลี่หูขาด แมดอายมูดดี้โดนวอลเดอมอตฆ่าตาย ตอนหลังแฮรี่หนีมาได้ ไม้กายสิทธิ์ของเขามีปฏิกิริยากับโวลเดอมอร์ สองสามวันหลังจากนั้น กระทรวงเวทมนต์มาบ้านวิสลี่ มอบหนังสือเด็กให้เฮอไมโอนี่ และมอบดาบกริฟฟรินดอร์ให้แก่แฮรี่ งานแต่งงานระหว่างเฟอ เดลาเค้ากับบิลวิสลี่ แต่ระหว่างงานแต่งทุกคนได้รับการเตือนว่าโวลเดอมอร์ยึดกระทรวงเวทมนต์แล้ว ทั้งหมดจึงเริ่มหนี ไปวอ่ตัวที่คาเฟ่พวกมักเกิลแต่ผู้เสพความตายไปพบจึงสู้กัน แฮรี่ไม่อยากให้มีคนเจ็บตัวเลยหนี ไปบ้านซีเลียส แบล็ก,พบความจริงว่าเอโลกัว อักคูลัส เคยเป็น อาณ์เอบี

    ตอนหลังสุดนั้นโวลเดอมอร์ถูกฆ่าตายด้วยความพยายามจะฆ่าแฮรี่ แต่คาถานั้นย้อนกลับมาฆ่าตัวเขาเอง ในตอนหลังนี้เองใช้เวลา 19 ปีน่าจะเป็นปี 2027 หลังจากการต่อสู้จบลงแฮรี่กับจินนี่ วีสลีมีลูกด้วยกันสามคน เจม,อัลบัส เซอเวรัส ,และลิลลี่ รอนและเฮอไมโอนีมีลูกด้วยกันสองคนคือโรสและ ฮิวโก เดรโกมีลูกชื่อสกอปิอัส พวกเขาทั้งหมดเจอกันที่คิงครอสเพื่อส่งลูกๆของพวกเขาไปเรียนฮอกวอต และต่อมาแฮรี่ก็ไม่เจ็บแผลที่หน้าผากอีกเลย จบบริบูรณ์ 
    July 16

    ไม่รู้จะอัพไร

        
            ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองเริ่มไร้สาระขึ้นทุกวัน   วันๆเอาแต่อ่านการ์ตูน
     
           เฮ้อ   นอกจากนี้ก็มีโทรศัพท์ไร้สาระโทรมาบ่อย   โทรมาว่ารู้จัก
     
           คนนู้นไหมคนนี้ไหม   แล้วมันจะโทรมาทำไมกันหวะ   ในเมื่อเราก้ไม่รู้จัก
     
          ก้ตอบเขาไปอย่างสุภาพทุกๆรายว่า   เมื่อคุณไม่รู้จักผมคุณจะโทรมาทำไม
     
         ถ้าเพื่อนๆเจอแบบนี้จะทำไงหละ   โทรมาพอรับ    เขาก้ถามผมว่าชื่อไร
     
        ผมก้ถามมันไปว่า  แล้วคุณนะจะโทรหาใคร   มันผู้นั้นก็มิยอมตอบ
     
        เอาแต่จะถามชื่อผม   ไม่ก็ถามว่ารู้จักคนโน้นไหมคนนี้ไหม
      
        จะมีชายคนไหนโทรมาว่าผมไปแย่งแฟนเขาฏ็ช่างเหอะ
     
         ผมไม่เคยแย่งแฟนใคร   และก็ไม่จีบผู้หญิงที่มีแฟนแล้วด้วย
     
        ผมอยู่แบที่ผมเป็นผมก้มีความสุขแล้ว   แต่ผู้ชายพวกนั้นจะมายุ่งกับผมทำไม
     
        ผมไม่มีเวลามากขนาดนั้น     ผมต้องเรียน   ต้องอ่านหนังสือ
     
        ไม่ใช่จะมีเวลามานั่งตอบปัญหาไร้สาระของพวกขี้หึงขี้ระแวง
     
        
        ช่วงนี้ก็อย่างที่บอกครับ   ยุ่งๆไม่มีเวลามาอัพสักเท่าไร
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
       
    July 04

    check web

    See if there are problems with your DNS hosting

    (Enter zone name, such as "example.com", not an IP)

    Enter IP/IPv6 (or host name)

    June 28

    เฮ้อ ลบ

     
          ตั้งแต่กฎหมายใหม่ผ่าน  สนช   แล้ว    ผมต้องทยอยลบ   เว็บที่ผมสร้างไว้
     
        พร้อมทั้งบ็อกในเบอกเกอร์ทิ้ง    พร้อมทั้งลบเนื้อหาบางส่วนในสเปซนี้ทิ้งไป
     
        ทั้งที่ผมมีเจตนาเพื่อเรียนรู้แต่ว่าบ็อกดังกล่าวผมทำลิ้งที่โหลดโปรแกรมแฮ้กไว้
     
        ผมเลยลบมันทั้งหมด    เอาเป็นว่าแค่รู้คนเดียวก็พอครับ   หลังจากมีพรบ
     
       ว่าด้วยการกระทำผิดอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ออกมา   
     
       
      สาระสำคัญของ  พรบ ว่าการกระทำผิดอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์      2550
    • การ hack ระบบ
    • การดักข้อมูล sniffer
    • copy, erase, modify ข้อมูล, หรือระบบผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
    • การทำ DDOS
    • SPAM (รวมไปถึง SMS, MMS Spam ด้วยค่ะ)
    • การปล่อยข่าวลือ, สร้างข่าวเท็จ
    • การหมิ่นประมาท
    • การ forward email ข้อมูลเท็จ หรือข้อมูลหมิ่นประมาท
    • ภัยต่อความมั่นคงของประเทศ หรือระบบสำคัญของประเทศ (Critical Infra Structure)
    • ขาย แจก โปรแกรมหรือเครื่องมือในการทำความผิดทางคอมพิวเตอร์
    • การโพสต์ข้อมูลเท็จในเว็บบอร์ด หรือ blog ฯลฯ

                                                  แม็ก

    ************************************************************************

     

     

     

    บันทึกหลักการและเหตุผล

    ประกอบร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

    .. ….

                           

     

    หลักการ

     

    ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

     

    เหตุผล

     

    เนื่องจากในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้เป็นส่วนสำคัญของการประกอบกิจการและการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากมีผู้กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไว้หรือทำให้การทำงานผิดพลาดไปจากคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือใช้วิธีการใด ๆ เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าว  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

     

     


     

    ร่าง

    พระราชบัญญัติ

    ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

    พ.ศ. ....

                           

     

    ……………………….

    ……………………….

    ……………………….

     

    ……………………………………………………………………………………..

    ……………………………………………………….

     

    โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

     

    ……………………………………………………………………………………..

    ……………………………………………………….

     

    มาตรา   พระราชบัญญัตินี้เรียกว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ....

     

    มาตรา   พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่        วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

     

    มาตรา   ในพระราชบัญญัตินี้

    ระบบคอมพิวเตอร์หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์  ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ

    ข้อมูลคอมพิวเตอร์หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด บรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

    ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดของบริการ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น

     

     

     

     

     

    ผู้ให้บริการ หมายความว่า

    (๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนามหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น

    (๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น

    ผู้ใช้บริการหมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสีย
    ค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม

    พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

    รัฐมนตรีหมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

     

    มาตรา   ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

    กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

     

    หมวด ๑

    ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

                      

     

    มาตรา ๕  ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกัน      การเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา ๖  ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ  ถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา   ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน      สี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา   ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์   

    เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์                  และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้    ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา   ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา ๑๐  ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้         ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา ๑๑  ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่น        โดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

     

    มาตรา ๑๒  ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐

    (๑) ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน  ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นในทันทีหรือในภายหลังและไม่ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี      และปรับไม่เกินสองแสนบาท

    (๒) เป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการบริการสาธารณะ หรือเป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท

    ถ้าการกระทำความผิดตาม (๒) เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี

     

    มาตรา ๑๓  ผู้ใดจำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา ๑๔   ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    (๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

    (๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

    (๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา                 

    (๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

    (๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

     

    มาตรา ๑๕  ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔

     

    มาตรา ๑๖  ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้       

    ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต  ผู้กระทำไม่มีความผิด

    ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้

    ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา
    คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย

     

    มาตรา ๑๗  ผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้นอกราชอาณาจักรและ

    (๑)  ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย  และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้นหรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ  หรือ

    (๒)  ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว  และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ

    จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร

     

     

    หมวด ๒

    พนักงานเจ้าหน้าที่

                      

     

    มาตรา ๑๘  ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวน ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดและหาตัวผู้กระทำความผิด

    (๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้มาเพื่อให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งเอกสาร ข้อมูล หรือหลักฐานอื่นใดที่อยู่ในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้

    (๒) เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือจากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

    (๓) สั่งให้ผู้ให้บริการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการที่ต้องเก็บตามมาตรา ๒๖  หรือที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมของผู้ให้บริการให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่

    (๔) ทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ จากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้  ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์นั้นยังมิได้อยู่ในความครอบครองของพนักงานเจ้าหน้าที่

                            (๕) สั่งให้บุคคลซึ่งครอบครองหรือควบคุมข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ 

    (๖) ตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด อันเป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดและสั่งให้บุคคลนั้นส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นให้ด้วยก็ได้

    (๗) ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด หรือสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทำการถอดรหัสลับ หรือให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการถอดรหัสลับดังกล่าว

    (๘) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่งความผิดและผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

     

    มาตรา ๑๙ การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามคำร้อง ทั้งนี้ คำร้องต้องระบุเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดกระทำหรือกำลังจะกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เหตุที่ต้องใช้อำนาจ ลักษณะของการกระทำความผิด รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดและผู้กระทำความผิด เท่าที่สามารถจะระบุได้ประกอบคำร้องด้วย ในการพิจารณาคำร้องให้ศาลพิจารณาคำร้องดังกล่าวโดยเร็ว

    เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ก่อนดำเนินการตามคำสั่งของศาล ให้พนักงาน

    เจ้าหน้าที่ส่งสำเนาบันทึกเหตุอันควรเชื่อที่ทำให้ต้องใช้อำนาจตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) มอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐาน แต่ถ้าไม่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ ณ ที่นั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งมอบสำเนาบันทึกนั้นให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองดังกล่าวในทันทีที่กระทำได้

    ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เป็นหัวหน้าในการดำเนินการตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ส่งสำเนาบันทึกรายละเอียดการดำเนินการและเหตุผลแห่งการดำเนินการ   ให้ศาลที่มีเขตอำนาจภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาลงมือดำเนินการ เพื่อเป็นหลักฐาน

     การทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา ๑๘ (๔) ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และต้องไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินกิจการของเจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นเกินความจำเป็น

    การยึดหรืออายัดตามมาตรา ๑๘ (๘) นอกจากจะต้องส่งมอบสำเนาหนังสือแสดงการยึดหรืออายัดมอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐานแล้ว  พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งยึดหรืออายัดไว้เกินสามสิบวันมิได้  ในกรณีจำเป็นที่ต้องยึดหรืออายัด   ไว้นานกว่านั้น ให้ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอขยายเวลายึดหรืออายัดได้ แต่ศาลจะอนุญาตให้ขยายเวลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันได้อีกไม่เกินหกสิบวัน  เมื่อหมดความจำเป็นที่จะยึดหรืออายัดหรือครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องส่งคืนระบบคอมพิวเตอร์  ที่ยึดหรือถอนการอายัดโดยพลัน

    หนังสือแสดงการยึดหรืออายัดตามวรรคห้าให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

     

    มาตรา ๒๐ ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในภาคสอง ลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่มีลักษณะขัดต่อ   ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับ การทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้

    ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง     ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการทำให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได้

     

    มาตรา ๒๑  ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดมีชุดคำสั่ง ไม่พึงประสงค์รวมอยู่ด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่อาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอให้มีคำสั่งห้ามจำหน่ายหรือเผยแพร่ หรือสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นระงับการใช้ ทำลาย  หรือแก้ไขข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขในการใช้ มีไว้ในครอบครอง หรือเผยแพร่ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ดังกล่าวก็ได้

    ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ตามวรรคหนึ่งหมายถึงชุดคำสั่งที่มีผลทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์   หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่งอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทำลาย ถูกแก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม ขัดข้อง หรือปฏิบัติงานไม่ตรงตามคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือโดยประการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง      ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นชุดคำสั่งที่มุ่งหมายในการป้องกันหรือแก้ไขชุดคำสั่งดังกล่าวข้างต้น ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

     

    มาตรา ๒๒  ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์  ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ให้แก่บุคคลใด 

    ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการกระทำเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ หรือเป็นการกระทำตามคำสั่งหรือที่ได้รับอนุญาตจากศาล

    พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา ๒๓  พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา ๒๔  ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์   หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ และเปิดเผยข้อมูลนั้นต่อ      ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา ๒๕  ข้อมูล ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์        ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อ้างและรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยานได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น

     

    มาตรา ๒๖  ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า เก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์  แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่ง ให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้

    ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง

    ความในวรรคหนึ่งจะใช้กับผู้ให้บริการประเภทใด อย่างไร และเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    ผู้ให้บริการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท

     

    มาตรา ๒๗  ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๒๐ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับ  ไม่เกินสองแสนบาท และปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

     

    มาตรา ๒๘  การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนด

     

    มาตรา ๒๙  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่
    เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
         มีอำนาจรับคำร้องทุกข์หรือรับคำกล่าวโทษ และมีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

    ในการจับ ควบคุม ค้น การทำสำนวนสอบสวนและดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ บรรดาที่เป็นอำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประสานงาน กับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

    ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐมนตรี
    มีอำนาจร่วมกันกำหนดระเบียบเกี่ยวกับแนวทางและวิธีปฏิบัติในการดำเนินการตามวรรคสอง

     

    มาตรา ๓๐  ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัว
    ต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง

    บัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศ            ในราชกิจจานุเบกษา

     



    Express yourself instantly with MSN Messenger! MSN Messenger Download today it's FREE!
     
        
    June 16

    อ่านเอาเองนะ (ผมเป็นกลางนะไม่ฝักฝ่ายใด)

         
           


    ความในใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

    พูดอะไรไม่ออก บอกอะไรไม่ถูก เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร   

    หลังจากได้รับชมและรับฟัง ภาพและเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บรรยายความในใจ ผ่านจอโปรเจกเตอร์ขนาดยักษ์ ที่หน้าเวทีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อเวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    แม้บรรยากาศที่บริเวณท้องสนามหลวงในค่ำคืนนั้นจะคราค่ำ และคึกคักไปด้วยกลุ่มพลังประชาชนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน คือ มุ่งมั่นในระบอบประชาธิปไตย

    แต่ความในใจที่พรั่งพรูออกมาจากคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็สามารถสะกดกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมหลายหมื่นคน ทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบสนิท นานถึง 26 นาที กับอีก 30 วินาที คงได้ยินแต่เสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่บรรยายถึงสิ่งที่พวกลุแก่อำนาจ กระทำต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรฝ่ายเดียว

    เป็นการเปิดเผยความรู้สึก ที่ผู้ชมและผู้ฟัง เมื่อรับชมและรับฟังแล้ว อาจจะกลั้นความรู้สึกไว้ไม่อยู่

    เพราะเป็นการเปิดความเผยความรู้สึก ลึกๆ  ที่กลั่นออกมาหัวใจของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  

    เป็นการเปิดเผยความรู้สึก ที่แสดงถึงความอึดอัด ต่อพฤติกรรมของผู้มีอำนาจ และพวกบ้าอำนาจในบ้านนี้เมืองนี้

    เป็นการเปิดเผยความรู้สึก ที่อึดอัดกับพฤติกรรมการผู้มีอำนาจ ที่คอยรังแก กลั่นแกล้งนานาสารพัดรูปแบบ จ้องทำลายล้างต่อทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว รวมถึงบุคคลรอบข้าง โดยไร้ซึ่งหลักคุณธรรม จริยธรรม และนิติธรรม

    ยิ่งได้ฟัง ประโยคที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พูดว่า "เคยลำบากมาก่อน จนเมื่อก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาได้ ก็คิดว่าจะตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เคยเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ปฏิญาณตนว่าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เมื่อเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาล ก็ใช้เงินภาษีอากรจากประชาชน จึงสำนึกถึงบุญคุณเหล่านี้ ถึงได้อาสามาทำงานการเมือง เมื่อทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ทุ่มเทอย่างสุดชีวิต เพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อชาติ และประชาชน"

             ยิ่งเมื่อได้ฟังประโยคที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พูดว่า "5 ปี 7 เดือนที่ผมทำงานมา ท่านไม่คิดว่าผมทำประโยชน์ให้ชาติเลยหรืออย่างไร ท่านคิดว่าผมเป็นโจรหรืออย่างไร ท่านถึงทำผมแบบนี้" ทำให้ผมย่งรู้สึกชิงชัง และโกรธแค้นพวกบ้าอำนาจอยู่ในขณะนี้  

    มันสมควรแล้วหรือ กับสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กำลังได้รับอยู่ในขณะนี้ มันเหมาะสมแล้วหรือครับ กับคนที่อาสามาช่วยชาติ บ้านเมือง แต่กลับต้องมาประสบชะตากรรมเช่นนี้

    แล้วต่อไปในอนาคต ใครจะกล้าอาสามาบริหารบ้านเมือง  

    เพราะพฤติกรรมของผู้มีอำนาจ และพวกบ้าอำนาจ ที่กำลังทำอยู่ ณ เวลานี้ กำลังจะทำให้สังคมของเราเลวมากขึ้น นั่นเพราะ คนดี เริ่มท้อแท้

    ผมดีใจมาก ที่ได้ยินพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวกับผู้ชุมนุมว่า "ผมพร้อมจะต่อสู้เพื่อเรียกศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิคืน ภายใต้ระบบกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง"

    แต่การต่อสู้ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ณ เวลานี้ ไม่ใช่เพื่อเอาชนะคะคานกับผู้มีอำนาจ และพวกบ้าอำนาจ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อทวงคืนความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม และกฎหมายไทยกลับคืนมา เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องบอบช้ำในสายตาของนานา อารยะประเทศ

    สำหรับผมแล้ว ช่วงเวลา 26 นาที กับอีก 30 วินาทีนั้น ถือว่าไม่นานเลย และอาจจะรู้สึกว่า น้อยไปด้วยซ้ำ เพราะเป็นครั้งแรกที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีโอกาสกล่าวบรรยายความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจให้ประชาชนได้รับทราบ หลังจากต้องรอนแรมในต่างประเทศนายเกือบ 10 เดือน หลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารของกลุ่มทหารชั่วกลุ่มหนึ่ง

              เอาหล่ะ ครับ ผมสาธยายมาพอสมควรแล้ว 

              ผมพยายามถอดเนื้อหาความในใจของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชนิดคำต่อคำมาให้ท่านได้อ่านกัน รวมทั้งจัดทำเป็นคลิปวีดีโอที่รับมาจากสนามหลวง ให้ท่านรับชมและรับฟังกันด้วย เชิญอ่าน และรับชมรับฟังกันได้แล้วครับ

             

    ///////////////////////////

     

    สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพรัก

              เมื่อสองวันนี้ คณะคตส. ซึ่งตั้งโดยคณะปฏิวัติ โดยประกอบด้วยบุคคล ซึ่งที่ไม่ชอบผมทั้งสิ้น และบางคนก็มีการขัดแย้งกันมาโดยตลอดทางการเมือง ตั้งแต่ผมยังทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของผมและครอบครัว ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหากินด้วยความยากลำบากกว่า 20 ปี ซึ่งปรากฏชัดว่า ทรัพย์สินเหล่านั้นเกิดจากการขายกิจการของครอบครัว

    ข้อหนึ่งที่คตส.กล่าวอ้าง บอกว่า หุ้นที่มีมูลค่าสูงขึ้นของชินฯ เป็นเพราะผมเป็นนายกรัฐมนตรี ความจริงมันถูกแค่เพียงครึ่งเดียว เพราะข้อเท็จจริงแล้วหุ้นทั้งตลาดหลักทรัพย์ขึ้นหมด ซึ่งเกิดจากการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาในประเทศไทย มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขึ้นมาจาก 1.5 ล้านล้านบาท ขึ้นมาถึง 5 ล้านล้านบาท ราคาหุ้นบริษัทต่างๆ ขึ้นมาแทบทุกบริษัท ไม่ว่าจะเป็นหุ้นที่พล.อ.เปรม เป็นที่ปรึกษา ธนาคารกรุงเทพ กลุ่มซีพี กลุ่มคุณเจริญ หรือรัฐวิสาหกิจของไทย หรือกลุ่มที่ให้การสนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หุ้นขึ้นทั้งหมด เพราะว่าเศรษฐกิจดี ตลาดหลักทรัพย์ดี ดัชนีขึ้นจาก 200 กว่าจุด ขึ้นมาเป็น 700 กว่าจุด หุ้นกลุ่มชินฯที่ขึ้นก็ขึ้นในอัตราเฉลี่ยของทั้งตลาด ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่คตส.บอกว่าผมร่ำรวยผิดปกติ ถ้าอย่างนี้ต้องอายัดทรัพย์เจ้าของบริษัททั้งตลาดด้วยใช่หรือไม่

    และคตส. ก็บอกว่าเงินผมที่ขายหุ้น 7 หมื่นกว่าล้านบาท เหลือ 5 หมื่นกว่าล้านบาท มีการยักย้ายถ่ายเท เอาอะไรมาพูดครับ คำว่ายักย้ายถ่ายเท หมายถึงว่า เอาไปใส่ชื่อคนนั้นคนนี้ แต่นี่เป็นการที่ครอบครัวเก็บเงินสดได้มาเยอะก็ต้องเอาไปลงทุน(หลักการกระจายความเสี่ยง) ไม่มีใครสำหรับการลงทุน ที่เรียกว่าเอาไข่ไปไว้ในตระกร้าเดียวกัน ถ้ามีอะไรแตกก็หมด ไม่เหลือ เขาก็แบ่งเอาไปลงทุนที่ดินบ้าง เอาไปลงทุนหุ้นบ้าง ลงทุนในบริษัทต่างๆ บ้าง ลงทุนในประเทศบ้าง เอาไปลงทุนในต่างประเทศบ้าง นี่คือรูปแบบการลงทุนธรรมดา ซึ่งตรวจสอบได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็สามารถตรวจสอบได้ ทุกอย่างทำถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับทึกทักว่า ร่ำรวยผิดปกติ เพราะหุ้นขึ้น เอาเงินไปลงทุนก็บอกว่ายักย้ายถ่ายเท นี่คือ สิ่งที่เป็นการทั้งหมิ่นประมาท และเป็นการพิจารณาที่ขาดทั้งคุณธรรม จริยธรรม และหลักนิติธรรม

              พี่น้องครับ ผมถูกกลั่นแกล้งในทางการเมืองมาโดยตลอด ทั้งครอบครัว ไม่เคยคิดว่า ครั้งหนึ่งที่เราทุ่มเททำมาหากิน กันมาทั้งชีวิต บางครั้งผมก็ลำบาก ตอนช่วง ผมไม่มีเงินผมลำบาก ผมผลัดหนี้ ผมเช็คเด้ง ต้องขึ้นศาล ต้องแลกเช็คเสียร้อยละ 5 ต่อเดือน ร้อยละ 3.25 ต่อเดือน เพื่อดำรงให้ธุรกิจอยู่รอด จนตั้งตัวขึ้นมา ถ้าผมไม่รอด ผมติดคุก เพราะไม่มีสตางค์จ่าย ก็คงไม่มีใครรู้จักผม แต่พอผมรอด ผมมาถึงวันนี้ เมื่อผมมีฐานะดีแล้ว ผมก็คิดว่า ผมควรจะตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ผมเคยเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ผมปฏิญาณตนว่าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เมื่อเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาล ก็เป็นเงินภาษีอากรจากประชาชน ผมสำนึกถึงบุญคุณเหล่านี้

    ผมถึงได้อาสามาทำงานการเมือง เมื่อผมทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ผมทุ่มเทอย่างสุดชีวิต เพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อชาติ เพื่อเรียกร้องให้ความน่าเชื่อถือกลับคืนมาหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ รัฐบาลผมสามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้ก่อนล่วงหน้าถึง 2 ปี เป็นที่ยกย่องไปทั่วโลก เมื่อมีเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ พวกเราก็ทุ่มเทกัน จนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ว่าประเทศไทยได้จัดการเรื่องนี้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศที่ประสบปัญหาเดียวกัน มีโรคซารส์ มีโรคหวัดไข้นกระบาด เราก็ช่วยดูแลกันเต็มที่ พี่น้องประชาชนมีปัญหายาเสพติด เราก็ช่วยกันปราบปราม ปัญหาภาคใต้เราก็พยายามทำ ถึงขนาดนั้นก็ยังมีคนคัดค้าน จนในที่สุดวันนี้ยิ่งแย่กว่าเดิม จนวันนี้การแบ่งแยกดินแดนยิ่งมากกว่าเดิม แต่ไม่ยอมพูดความจริงกัน

              พี่น้องครับ ผมถูกกลั่นแกล้งในทางการเมืองมา ตั้งแต่ผมยังเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าเข้ามาแทรกแซงในระบบราชการ ที่ผมสั่งงาน และสั่งการไม่ได้ แทรกแซงระบบกระบวนการยุติธรรม และวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นปรากฏชัด เขาตั้งธงไว้ 1.ให้ผมพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่พ้นดีๆ ก็ต้องถูกลอบฆ่า ในที่สุดก็จับได้หลักฐานชัดเจน ตำรวจสั่งฟ้อง อัยการศาลทหารรับฟ้อง แต่เรื่องก็ยังเงียบอยู่ พอผมไม่ตาย ผมเดินทางมาราชการต่างประเทศ มาทำงานเพื่อชาติ เพื่อบ้านเมือง ก็แอบปฏิวัติลับหลัง เมื่อปฏิวัติเสร็จ ผมได้ข่าวมาตลอดว่าจะดำเนินคดี ตั้งข้อหาผมและครอบครัว แล้วก็จะหาเรื่องให้ได้ เพื่อจะเอาผมติดคุก จะหาเรื่องให้ได้เพื่อจะอายัดทรัพย์ผม แล้วก็จะยุบพรรคไทยรักไทย จะห้ามเล่นการเมือง ผมก็ประกาศวางมือทางการเมืองแล้ว

              แต่วันนี้สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดครับว่า การอายัดทรัพย์ครั้งนี้ เพื่อต้องการส่งสัญญาณให้รู้ว่า ผมไม่มีสตางค์แล้ว นักการเมืองทั้งหลายอย่าไปรวมกันอยู่ในฝั่งไทยรักไทย เพราะขณะนี้กำลังจะกำหนดว่าใครจะเป็นรัฐบาลครั้งต่อไป นี่หรือครับประชาธิปไตย คืนอำนาจให้ประชาชนเถอะครับ อย่าบังคับประชาชน ให้ประชาชนเขาตัดสินใจ ให้เขาเลือก เพราะประเทศของเขา ไม่ใช่ประเทศของพวกท่าน ประเทศของคนไทยทุกคน ที่จะรวมกันว่าจะเลือกใครมาทำหน้าที่ให้เขา ถ้าทำหน้าที่ได้ดีเขาก็เลือกต่อ ถ้าทำหน้าไม่ดีเขาก็ไม่เลือก นั้นคือกระบวนการประชาธิปไตย เราเผด็จการพอกันหรือยัง

    เรากำลังนำประเทศถอยหลังไปอีกหลายสิบปี เพราะเรากำลังทำอะไรที่ไร้หลักนิติธรรม เรียกว่าลวงหลอก ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลกเขาเชื่อถือ ถ้าไม่เชื่อถือแล้ว ก็หมดกันประเทศไทย การลงทุนจากต่างชาติหมด ถามว่าเม็ดเงินเราพอเพียงหรือไม่ที่จะพัฒนาประเทศ ที่จะแก้ปัญหาความยากจนให้กับคนไทย วันนี้ลูกหลานไม่ได้เรียนหนังสือ หวยบนดินก็บอกว่าไม่ถูกต้อง เอาไปลงใต้ดินเอาไปคืนให้กับพันธมิตรทั้งหลาย รัฐบาลเคยกำไรจากหวยบนดินปีละหมื่นล้านบาท เพื่อนำเงินเหล่านี้มาให้เด็กยากจนได้มีโอกาสเรียนหนังสือ แต่วันนี้หมื่นล้านบาทกลับไปอยู่ในมือเจ้ามือหวยใต้ดินหมดแล้ว ถามว่าอย่างนี้ถูกต้องใช่มั๊ยครับ และสิ่งที่ผมทำอะไรก็ไม่ถูกซักอย่าง

    ฉากต่อไปของการกลั่นแกล้ง คือ จะให้ผมเข้าคุก แล้วเรื่องทุกเรื่อง หาเรื่องทั้งนั้นครับ คนที่ไปให้การก็พยายามถามนำแล้วบังคับให้เขาตอบเพื่อมาซัดทอดผมให้ได้ เขาไม่ซัดทอดก็โยงมาเพื่อให้เขาซัดทอดให้ได้ ผมเจอหลายคนที่ถูกตรวจสอบ เขาก็มาบอกผมว่าพยายามเหลือเกิน

    จริงๆ แล้ว การทำงานของนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงผู้กำหนดนโยบาย ไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ปรากฏว่าความผิดต้องเป็นผมให้ได้ เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรมที่สุด

    พี่น้องครับ ผมจะต่อสู้เพื่อเรียกศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิคืน แต่แค่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญครับ เรื่องสำคัญกว่านั้นก็คือว่า เพื่อจะเรียกความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม และกฎหมายไทยคืน ถ้าไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะไม่ได้รับความเชื่อถือเลย แล้วประเทศเราจะล่มจมเสียหายในที่สุด

    เราจะนำประเทศถอยหลังไปอีกเป็นสิบๆ ปี เพียงเพื่อสะใจ เพื่อให้คนๆ หนึ่ง หรือคนกลุ่มหนึ่งสะใจที่ได้ชนะแค่ผม ผมคนเดียว จะจัดการผมคนเดียว โดยเอาประเทศทั้งประเทศเป็นเดิมพันอย่างนั้นหรือ ความน่าเชื่อถือประเทศเป็นเดิมพันอย่างนั้นหรือ ความไม่มีประชาธิปไตยของประเทศเป็นเดิมพันอย่างนั้นหรือ

    ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับมานาน แต่วันนี้ท่านทั้งหลายกำลังทำประเทศถอยหลังมาก สิ่งที่ท่านเคยว่าผมวันนี้ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ แต่ท่านทำยิ่งกว่าที่กล่าวหา เรื่องภาคใต้ก็แย่ลง เรื่องคอรัปชั่นก็เต็มไปหมด รัฐวิสาหกิจก็ร้อง ผู้รับเหมาก็ออกมาโวยวาย ไปรีดไปไถเขา แม้กระทั่งรายการโทรทัศน์ก็ยังโดย ปิดกั้นสื่อ วันนี้ท่านไม่ได้ปิดกั้น แต่เขาเรียกว่าบังคับ บางครั้งจอขาว หยุดออกอากาศดื้อๆ ผมโทรศัพท์เข้าไปในรายการหนึ่ง ความจริงแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะโทรศัพท์ เพราะเขาต่อสายเข้ามาขอพูดสายด้วย ผมเห็นว่าเขาให้กำลังใจ ก็เลยพูดตอบโต้ไป ก็ไปปิดสถานีวิทยุของเขา อย่างนี้เขาเรียกว่าปิดกั้นหรือเรียกอะไร...?

    เรื่องสมานฉันท์ แทนที่จะมีการสมานฉันท์ ก็กลับตอกลิ่มความแตกแยกมากขึ้น เพียงต้องการขจัดผม ก็ผมประกาศแล้ว ว่าผมเลิกเล่นการเมือง จะทำอะไรกับผมภายใต้ระบบกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องภายใต้ ที่เขาเรียกว่า Rule of Law เอาเลยครับ...ไม่ว่ากัน ผมพร้อมพิสูจน์ทุกรูปแบบ แต่ไม่ใช่ทำกระบวนการนอกกฎหมาย แล้วมันดังออกไปทั่วโลก แล้วมันจะบอกให้รู้ว่าประเทศไทยไม่ไหวแล้ว

    ระบบอย่างนี้ไม่มีได้อย่างไร ระบบที่ถูกต้อง ที่สากลยอมรับได้ ทำไมไม่มี ไม่เหลือแล้วหรือ ซึ่งเรารักษากันมา เราพัฒนากันมากี่สิบปี แต่วันนี้เพียงเพื่อจะขจัดผมคนเดียว ไม่ต้องหรอกครับ ผมเลิกเล่นการเมืองแล้ว ไม่ต้องห่วง ผมไม่ไปแข่งกันพวกท่านแล้ว ผมขออยู่มีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีเหมือนคนไทยคนหนึ่งเท่านั้นเอง

    รังแกผมยังไม่เป็นไร รังแกเมียผม ลูกผม ซึ่งเขาไม่รู้เรื่องเลย แล้วเขาคัดค้านด้วยซ้ำที่ผมเล่นการเมือง เพราะเขารู้ว่าการเมืองมันโหดร้าย แต่จากความที่ผมรักบ้านเมือง อยากตอบแทนบุญคุณบ้านเมือง ผมจึงได้อาสาเข้ามา ท่ามกลางที่ลูกเมียผมคัดค้าน แล้วผมขอร้องเขา ว่าเราได้ดิบได้ดีกับแผ่นดินไทย เราต้องตอบแทนแผ่นดินไทย นี่คือสิ่งที่ผมได้อาสาเข้ามา แต่วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับผม มันเป็นอะไรที่ผมไม่คิดว่า มันจะเกิดในสมัยศตวรรษที่ 21 มันควรจะเป็นศตวรรษที่ 15 หรือ 16

    หันหน้าเข้าหากันเถอะครับพี่น้อง ถ้าพี่น้องที่เป็นผู้สนับสนุนผม ถ้าเมื่อไหร่ที่ประเทศมีประชาธิปไตย เมื่อนั้นระบบทุกอย่างมันเป็นกลไกของมันเอง คนที่คิดทฤษฏีประชาธิปไตยเป็นคนที่เก่งมาก เพราะถือว่าประชาธิปไตยนั้นอำนาจทั้งหลายเป็นของปวงชน ปวงชนเป็นคนเลือกตัวแทนของปวงชน แล้วไปทำหน้าที่เพื่อปวงชน

    ในระบบเปรมก็มีอำนาจประชาธิปไตย 3 สาขา ซึ่งมีระบบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ แต่วันนี้มันหายหมดแล้วครับ เมื่อท่านจัดการผมได้ขนาดนี้ รีบเลือกตั้งเถอะครับ ท่านจะเอาใครเป็นรัฐบาล ถ้าท่านมั่นใจ ก็ให้ประชาชนเขาพิสูจน์ เมื่อประชาชนเลือกแล้ว ก็เป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อตัวแทนประชาชนเข้ามา เมื่อเห็นรัฐธรรมนูญที่ท่านร่างไม่เป็นประชาธิปไตยเขาก็แก้ไขให้มันเป็นประชาธิปไตย ซึ่งมันเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง

    ปีนี้เป็นปีมหามงคลยิ่ง ท่านที่ทำหน้าที่ตรงนี้ ไม่คิดจะสร้างสมานฉันท์ในชาติ เพื่อถวายพระเจ้าอยู่หัวหรือครับ พระองค์ท่านทรงพระชนม์มายุมาก ท่านทรงเหนื่อยมามาก ท่านทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญาเพื่อคนไทยมามากแล้ว พวกท่านยังไม่สำนึกหรือครับ ช่วยกันเถอะครับ คนละไม้คนละมือ หันหน้าเข้าหากัน เราคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น ท่านจะเกลียดผม ผมก็คนไทย ผมไม่ชอบท่าน ท่านก็คนไทย ทุกฝ่ายคือคนไทยหมด

    เรามัวฆ่ากันเอง ในขณะที่ประเทศซึ่งกำลังแย่งตลาดแย่งการลงทุน แย่งการท่องเที่ยวจากประเทศไทย เขาหัวเราะเยาะ เขาบอกโฮ้โอ... หมูเหลือเกิน แทนที่จะไปแข่งกัน ก็นั่งทะเลาะกันเอง แล้วการทะเลาะกันเองก็สะท้อนออกไปทั่วโลก ท่านอย่าไปคิดว่าสิ่งที่ท่านทำ ท่านอาจจะปิดข่าวในประเทศไทยได้ แต่ข่าวเมืองนอกมันออกมาหมด

    เห็นแก่ชาติ เห็นแก่ประชาชน ทำเพื่อถวายพระเจ้าอยู่หัวเถอะครับ อย่าเห็นแก่ความสะใจในอารมณ์ของพวกท่านเลย พอแล้วครับบ้านเมือง ที่ผมพูดนี่ไม่ใช่ว่าผมจะไม่สู้ แต่ผมขอสู้เพื่อรักษาศักดิ์ศรี ผมขอสู้เพื่อรักษาระบบของชาติที่ถูกท่านปู้ยี่ปู้ยำ ขอให้ระบบที่ดีๆ คงอยู่คู่ประเทศไทยเถอะครับ ขอให้ความสามัคคีกลับคืนสู่ประเทศไทยเถอะครับ

    หลายท่านที่มีอำนาจวันนี้ ผมเป็นคนเสนอแต่งตั้งท่าน ไม่ได้ทวงบุญคุณนะครับ แต่ขอให้คิดแบบพี่แบบน้อง แบบเพื่อนร่วมชาติว่า ทำอะไรเพื่อชาติเสียเถอะ ท่านจัดการผมไม่ได้ช่วยชาติหรือนะครับ ท่านจัดการผม ทำให้ชาติเสียหาย ไม่ใช่เพราะผมจะป้องกันตัวเอง แต่ผมเชื่อว่าผมสามารถต่อสู้ตามกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมได้ เพราะผมไม่ผิด

    5 ปี 7 เดือนที่ผมทำงานมา ท่านไม่คิดว่าผมทำประโยชน์ให้ชาติเลยหรืออย่างไร ท่านคิดว่าผมเป็นโจรหรืออย่างไร ท่านถึงทำผมแบบนี้ ผมพร้อมที่จะกลับไปต่อสู้คดี แล้วเราเผชิญหน้ากันแบบพี่น้อง พูดคุยกันได้ทุกเรื่องด้วยเหตุด้วยผล เพื่อนำความสามัคคีกลับมาสู่ชาติ ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ไม่มีประโยชน์จริงๆ ที่จะทำแบบนี้ แต่หันหน้าเข้าหากันเพื่อชาติดีกว่า ทำถวายพระเจ้าอยู่หัวในปีมหามงคล หันหน้าเข้าหากัน

    ผมพร้อม... ไม่ได้พร้อมเพราะเกรงกลัว แต่พร้อมเพราะว่าบางครั้งลูกผู้ชาย ต้องกัดลิ้น ต้องกลืนเลือดก็ต้องทำ เพราะเราอยู่ในชาติเดียวกัน ลองช่วยคิดไตร่ตรองให้ดีเถอะครับ คิดไตร่ตรองให้ดีว่าสิ่งที่ท่านทำลงไปนั้นเพื่ออะไร ชาติได้หรือไม่ แล้ววันนี้ประชาชนเขาลำบากหรือไม่ ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ท่านทำดีหรือยัง ที่ท่านกล่าวหา 4-5 ข้อ ท่านทำดีกว่าผมหรือไม่

    ถ้าตราบใดที่ท่านมัวจ้องล้างผลาญทางการเมือง อ้างอำนาจเก่าอำนาจใหม่ มันตลก เอาตรงๆ ดีกว่า มาคุยกันอย่างลูกผู้ชาย หันหน้าเข้าหากันเพื่อให้ชาติรุ่งเรืองดีกว่า ผมพร้อมที่จะพูดคุยทุกประเด็น ถึงแม้ไม่พูดคุยก็พร้อมจะต่อสู้ทุกประเด็นด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง แต่ขออย่าแทรกแซง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นที่รู้กันว่าแทรกแซงทุกกระบวนการ กระบวนการยุบพรรคนี่เห็นชัด เป็นการวางพล็อตแทรกแซงมาตั้งแต่ต้น ซึ่งผมถือว่าเรื่องยุบพรรคเรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องที่น่าอับอายไปทั่วโลก ว่าประเทศไทยกำลังเล่นอะไร หลักกฎหมายหายไปไหนหมด ทฤษฏีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป วิชาการเรียนเล่มแรกๆ ของการเรียนกฎหมายมันหายไปไหนหมด ขอให้คิดให้ดีเถอะครับ

    แล้ววันนี้คตส. กำลังขอกฎหมายเพื่อป้องกันตัวเอง แน่จริงอย่าขอ ถ้าท่านบริสุทธิ์ใจจริงเราสู้กันในศาล ถ้าท่านให้ความยุติธรรมกับผมไม่เป็นไร แต่ถ้าท่านไม่ให้ความยุติธรรมกับผม ศาลก็ต้องลงโทษท่าน ทำไมต้องเอากฎหมายมาคุ้มครองตัวเอง แสดงว่าเจตนากลั่นแกล้งใช้หรือไม่ ถึงเอากฎหมายมาคุ้มครองตัวเอง ไม่ต้องขอครับ ถ้าท่านไม่คิดหันหน้าเข้าหากันของคนไทย ถ้าไม่เช่นนั้นปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้

    ผมเป็นห่วงครับ หลายคนยังไม่เดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่กินเงินเดือน แต่ว่าคนที่หาเช้ากินค่ำซิครับลำบาก คนที่ทำธุรกิจก็ลำบาก เพราะความน่าเชื่อถือมันหมด เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบมันหมด มันน้อยลงไปเรื่อยๆ แล้วประเทศจะลำบาก แล้วลำบากเที่ยวนี้จะกอบกู้ยากขึ้น เมื่อก่อนนี้เรายังบอกว่าเราผิดพลาดไป เราไปบอกต่างชาติว่า ประเทศไทยพร้อมแล้ว เรายืนบนลำแข้งเราได้แล้ว มาช่วยกันลงทุน เรามีศักยภาพดี เขาเชื่อได้

    แต่ต่อไปนี้ยากขึ้น เวลาท่านไปบอกกับต่างประเทศว่าประเทศไทยดีอย่างนั้น อย่างนี้ มีความพร้อม เขาฟังแล้วเชื่อ แต่นายกที่มาพูด คืนนี้จะได้กลับบ้านมั๊ย จะโดนปฏิวัติมั๊ย แล้วท่านจะตอบเขาอย่างไร

    สิ่งเหล่านี้ผมว่ามันพอแล้ว หันหน้าเข้าหากันเถอะ เริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นที่ปีมหามงคลนี่แหละ เริ่มต้นทิ้งความสะใจ แล้วไม่ต้องมาพูดถึงอำนาจเก่าอำนาจใหม่ คนไทยด้วยกันทั้งนั้น ใครทำผิดก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม อย่าหาเรื่อง ไม่ใช่สอบสวนแบบหาเรื่อง เอาแบบตรงไปตรงมา มีหลักฐานดำเนินคดี ให้กระบวนการทำงานไปอย่าแทรกแซง ให้ระบบกฎหมายมันทำงาน เขามีทฤษฏีหมด ผมว่าวันนี้อาจารย์สอนกฎหมายจะสอนกันอย่างไร เกี่ยวกับกฎหมายไทยกับการตัดสินคดีที่ผ่านมา การทำงานแบบคตส. การตัดสินแบบคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ถามว่าเราจะอยู่กันอย่างไร

    เพราะฉะนั้นวันนี้ผมว่าหันหน้าเข้าหากัน เริ่มต้นใหม่ เอาหล่ะที่ผ่านมา ผมเจ็บ ผมก็ยอมรับเจ็บ ไม่เป็นไร แต่ต่อไปนี้ เราเดินให้ถูกต้องได้หรือไม่ เราทำให้ถูกต้องตามกระบวนการได้หรือไม่ ตามหลักสากลที่สากลยอมรับได้หรือไม่ เลิกบิดเบือนข่าวสาร เลิกปิดข่าวได้หรือไม่ เลิกข่มขู่ได้หรือไม่

    ทหารไปทำหน้าที่ของทหารเถอะ อย่าข่มขู่ประชาชนเลย คนไทยด้วยกันทั้งนั้น ผู้ที่เรียกร้องประชาธิปไตยก็คือคนไทย โน้น...ไประวังพวกแบ่งแยกดินแดนโน้ม

    ขอเถอะครับ หยุดห้ำหั่นฆ่าฟันกันเองได้แล้วคนไทย อย่าให้ชาติอื่นเขานั่งหัวเราะเยาะเรา โลกทั้งโลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว มานั่งทะเลาะกันอยู่ได้ เอาเวลามาแก้ปัญหาของชาติเถอะ ผมไม่ได้ทะเลาะกับพวกท่านเลย ที่ผมอยู่เมืองนอก ก็เพราะผมอยากเห็นท่านทำงานสมานฉันท์ให้ได้

    แต่ในที่สุดท่านตอกลิ่มปัญหาตลอด ผมก็เคยโทรศัพท์คุยกับท่านพล.อ.สุรยุทธ์ บอกว่าตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกพี่ ต้องตบมือสองข้าง เรามาคุยกันจะเอาอย่างไรก็ได้ ผมวางมือทางการเมืองแล้ว เรามาคุยกันเถอะ เพื่อให้บ้านเมืองสมานฉันท์ ผมจะได้บอกกับผู้สนับสนุนได้ว่าหยุดเถอะ ทุกฝ่ายไปเลือกตั้งซะ แล้วให้ประชาชนตัดสินใจเป็นอย่างนั้นจบไป

    แต่วันนี้มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น ก็เลยต้องบอกว่าขอเถอะ ขอร้องทุกฝ่ายเถอะ เราคนไทยด้วยกันจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะปฏิวัติก็ดี รัฐบาลก็ดี หลายคนเป็นทหาร เราก็เป็นนักเรียนนายร้อย เป็นนักเรียนเตรียมทหารกันมา เราอบรม มาอย่างเดียวกัน ให้จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เหมือนกัน เพราะฉะนั้นวันนี้เราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อชาติบ้านเมืองเถอะครับ

    ผมพร้อมจะเสียสละทุกอย่าง บอกให้ผมวางมือทางการเมืองผมก็วางแล้ว แล้วจะเอาอย่างไรต่อ กล่าวหาผม ก็ให้มันเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แล้วผมสู้เอง ไม่เป็นไร.. แล้วมีอะไรอีก ยุบพรรค ก็ว่ากันไป ก็ผมวางมือแล้ว 111 คนก็เล่นการเมืองไม่ได้แล้ว

    แต่ถ้าเขาจะดำเนินการต่อก็เป็นเรื่องของเขา เป็นเรื่องของคนอื่น เพราะฉะนั้นก็ให้มันเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ก็ให้ดำเนินไปตามระบอบ อย่าตัดสินใจแทนคนทั้งชาติ ให้คนทั้งชาติตัดสินใจแทนเราดีกว่า

    ก็ขอฝากท่านผู้มีอำนาจทั้งหลาย ให้ช่วยคิดถึงว่าจะพาชาติรอดอย่างไร ไม่ใช่วิธีนี้แน่นอน วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รวมพลังเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา

    ก็ขอขอบคุณอีกครั้ง สวัสดีครับ

    May 31

    วันวิสาขบูชา

         
           วันนี้ไปเวียนเทียนคนเดีวมาอะที่วัดปทุมวนาราม
     
            พรุ่งนี้กะว่าจะไปพัทยา    เพราะจองโรงแรมไว้แล้ว
     
              เป็นโรงแรมไอเบอร์รี่พาซ่า
                      http://ferrari.isportsdot.com/   เสร็จแล้วเข้าไปดูนะ
                     
                      http://ferreri.2pt.net/   
                     
                      http://www.blognow.com.au/hotel/
     
                      http://lyrics.checkoutmypage.com/     ยังทำไม่เสร็จ
                      
                       http://hack.scripterz.org/     ยังไม่เสร็จ
     
                       http://maxniti.bloggerteam.com/    เสร็จแล้ว
     
                       http://asbestoslawyer-nana.blogspot.com/      เสร็จแล้ว
                     
                       http://nana-structuredsettlement.blogspot.com/      เสร็จแล้ว
     
                       http://nana-makemoneyonline.blogspot.com/    เสร็จแล้ว
                      
     
                          
     
     
     
     
     
                      
     
     
                     
    May 06

    ไม่รู้จะอัพอะไรอะ

     
     
            ช่วงนี้ไม่มีประสบการณ์ใหม่ๆ    วันๆก้อยู่แต่ในกทม
     
           ไม่ได้ออกไปไหน    อยากลองหาอะไรทำมั้ง
     
           เผื่อมันก้ตื่นเต้นเร้าใจ   แต่อีกอย่างหนึ่งก้ออกไปไหนไม่ได้อะ
     
           เพราะกำลังทรัพย์ในตอนนี้ด้วยแหละ   ลองคำนวนคร่าวๆนะ
     
           ถ้าไปพัทยาก็ไม่ต่ำกว่า3000   ถ้าไปเชียงใหม่ก็ตกราวๆ
     
           1000กว่าบาท   ถ้าไปฮ่องกงก็2000    ถ้าไปเกาหลี
     
          แบประหยัดก้20000     สิงคโปร์ก้ค่าใช้จ่ายประมาณวันละ
     
           1000  เอาเป็นว่าอยู่กทมดีกว่า    เอาไว้ตั้งตัวได้เมื่อไหร่
     
           อยากไปไหนค่อยคิดอีกทีหนึ่งดีกว่า   ช่วงนี้อยากไปเที่ยวตลาดน้ำ
     
           แต่ก็ได้แต่ไปตลาดน้ำตลิ่งชันแถวหออะ   ไม่มีโอกาสไปตลาดน้ำดำเนินสะดวกเลยอะ
       
           ผมเป้นคนชอบสถานที่บรรยากาสดีนะ   ไม่มีความวุ่นวาย
     
           ลมพัดเย็นสบาย   ถ้เป็นสมัยเมื่อตอนเรียนศาลายาผมจะชอบไปนั่งเล่น
     
           ที่เรือนไทย   มีน้ำมีลมเย็นๆ  แล้วก้เรือนไทย   บรรยากาศออกจะดี
     
           พอมาเรียนในมหาวิทยาลัยแถวๆสามย่าน   มันก็อยู่ใจกลางเมืองอะมีแต่
     
          รถ   ห้าง   ผมก้ไปนั่งเล่นแถวๆสระน้ำหน้ามหาวิทยาลัย    หรือใตคณะผม
     
          ส่วนมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่   ก้ไม่ต่างกับที่เก่า   ผู้คนเยอะแยะหน้ามหาวิทยาลัย
     
          ดุแล้วมันน่าเบื่อ   ผมก้เลยย้ายหอมาอยู่ที่บางขุนนท์ทาวเวอร์ตอนนี้ก้อยู่ได้เกือบปีแล้ว
     
         ถ้าเหงาก้จะไปแถวๆวังหลัง   ไม่ก้ท่าพระจัทร์   นั่งอยู่บนเรือสูกลมเย็นๆ   แค่นี้ก้มีความสุขแล้ว
     
        มีอีกที1  บรรากาสดีมาก   ก็คือโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสาธร   สมัที่ผมเคยถือหุ้นอยู่ผมเคยนั่ง
     
        ในตรงที่ที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยานะ   แล้วมองไปด้นฝั่งธน   แล้วในโรงแรมก็จะจัดเป็นสาลาทรงไทย
     
         ผมนะชอบมากๆ   แต่ตอนนี้ไม่ได้ไปที่นั่นนานแล้วอะ    ตั้งแต่ที่ผมขายหุ้นไป   ผมเสียดายมาก
     
         เป็นโรงแรมที่ผมชอบมากๆ   ผมเคยพักโรงแรมมามากมาย   ผมว่าโรงแรมนี้บรรยากาศดีที่สุดเท่าที่สัมผัสมา
     
     
    Last minute hotel reservation! Bangkok
    May 01

    วันแรงงานแต่ฉันไม่หยุด

     
          จากเด้กผู้ชายคนหนึ่ง   ที่เดินออกจากรั้วสีน้ำเงินย่านบางกอกน้อย
     
           เพื่อค้นหาความฝันของตัวเอง    เขาได้เดินทางหลายพันลี้   บัดนี้
     
           เขาก้พบกับการใช้ชีวิตในแบบของเขา   ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน
     
           ได้เรียนรู้กับการทำธุรกิจรูปแบบต่างๆ    ได้เรียนรู้โลกกลางคืนว่ามัน
     
           โหดร้ายขนาดไหน    ได้เจอทั้งความสมหวัง    ความผิดหวัง
     
           เจอทั้งคนสรรเสริญและนินทา   เจอผู้คนมาทุกรูปแบบ   ทั้งจริงใจ
     
           และหรอกลวง    มันทำให้เขาเริ่มแกร่งขึ้น    วันนี้เขาเป็นนักศึกษากฎหมาย
     
           ที่กำลังจะจบการศึกษา   แต่เขาก็ได้ทำธุรกิจตัวใหม่ที่มันทำเงินให้เขาไม่เยอะ
     
          เท่ากับที่เขาเคยได้เมื่อสมัยก่อน   วันนี้เขาอาจได้กำไรแค่ไม่ถึง40   ดอล
     
           จากเมื่อก่อนเขาทำเงินได้มากกว่าพันดอลต่อวัน    วันนี้เขาไม่เคยแม่แต่จะได้
     
           พักในโรงแรม3ดาวเลย   ทั้งเมื่อก่อนโรงแรม5ดาวมันธรรมดาสำหรับเขา
     
           วันนี้เขาอยากที่จะไปต่างประเทศมันก็ทำไม่ได้    จากเมื่อก่อนถ้าเขาอยากทำอะไร
     
           อยากไปไหนเขาก็ทำ    แต่ถึงจะเป็นแบบนี้เด็หนุ่มคนนั้นก็ไม่ได้เสียใจอะไร
     
           เขายอมรับกับการเปลี่ยนแปลง   และเขาก็พร้อมจะสู้เพื่ออที่จะกลับไปรุ่งเรืองเหมือนเดิม
     
           เขามีความฝัน    เขามีพลัง    เขามีความเชื่อมั่น    แต่สิ่งหนึ่งที่สอนเขาคือ   อย่าประมาท
     
            
           อปฺปมาโท   ทัจฺจุโนปทํ    
     
     
     
     
     
     
     
     
    April 30

    Hack เข้าระบบด้วย จาว่าสคิปนะครับ



    ลองดูที่เว็บตัวอย่างนะครับ
    Code:
    http://www.kgbiz05.com/morestuff1.html
    พอเราเข้ามาที่เว็บนี้เสร็จ   ถ้าใครใช้  ie6 ก้ไปที่วิวแล้วเลือกซอสนะครับ
    ถ้าใช้ ie  7  ก้ไปที่   page  แล้ว   เลือกวิว  ซอส

    เมื่อเราแกะโค้ดมาเอาเฉพาะส่วนที่โดนเข้ารหัสไว้ ก็คือ..
    Code:
    <script language=javascript>s="a3Ca73~70B61B6EF20c6Fa6Ec63D6Fa6ED74a65~78a74B6D-65c6E.75c3DF22~72.65c74a75c72D6EB20~66B61D6Ca73~65B3B.22-20D6F~6E~64a72a61a67e73a74e61a72.74F3D.22.72e65B74F75e72-6EF20-66B61F6CB73a65.22D3B~3Ee3Ce66-6FF72c6Da20.61-63.74.69a6Fa6E-3D.22e68~74F74B70a73F3AB2F~2Fa77B77e77-2Ea70a61B79a70e61D6CB2Ea63F6F.6D.2Fa63a67a69a2D.62~69c6EF2FD77.65D62c73~63~72a22a20a6Da65a74F68B6Fe64B3Dc22~70c6Fc73F74F22-3Ec20D3CB69.6E.70e75.74D20e74e79~70F65a3DD22D68a69a64e64F65a6E-22~20F6E-61B6D.65.3DD22F63a6DB64-22c20a76-61c6Ca75a65~3De22F5Fa78F63a6Cc69-63e6Bc22D3E-3Cc69c6ED70a75~74.20a74-79D70a65~3DD22B68~69e64a64F65-6Ee22c20D6EB61a6DF65-3DF22F62e75a73.69a6EB65~73.73D22-20a76a61a6Ca75c65c3Dc22a70D61e79D70F61~6Ce40B6Bc67e62~69F7AB30F35e2E~63c6Fc6DF22.3ED3CB69F6E~70.75-74a20.74B79B70.65D3D-22a68a69B64~64c65~6E.22-20B6Ec61~6Da65B3Da22e69D74a65a6D.5Fc6Ec61e6DB65a22B20a76.61c6C.75F65e3D~22a42B61~6EF6Ea65a72a20D42D75a64a64e79.22e3EB3C~69a6ED70a75c74F20B74~79e70D65a3D-22a68a69a64a64~65-6Ea22B20.6E-61D6Da65e3D~22-69e74F65-6D.5F.6E~75-6D.62.65a72c22c20a76.61B6C~75-65a3D~22-42D42F2Dc30D30.31F22c3EF3Ce69-6Ea70-75a74F20c74e79F70~65F3D-22D68D69-64B64a65D6EF22.20a6EF61~6DD65a3DF22a61-6D.6F~75D6Ea74B22e20~76a61D6C-75~65~3D.22-33B2Ea39F37~22a3Ea20~3Ce69D6ED70a75.74~20a74e79.70B65D3DD22e68.69.64c64a65F6EB22a20D6EB61a6DF65~3Dc22c72D65-74.75D72a6E~22B20a76c61~6C~75D65B3DD22c68F74D74F70.3A~2FD2Fe77F77c77B2ED6B.67F62a69-7Aa30c35~2ED63e6F~6DF2FD40e73a65-6ED64a40c2FF42~61D6Ea6ED65a72c42F75~64~64a79a2E.7AB69c70B22a3E-3CF69a6EF70a75F74e20.74a79~70~65F3DD22.68.69a64c64-65e6E~22.20B6Ee61a6Dc65c3DD22e63-61F6E.63-65c6Ca5FD72B65-74B75c72a6Ee22e20e76B61a6CD75-65e3De22c68c74.74-70F3Ae2Fe2F-77B77a77-2ED6B-67B62~69a7AD30a35-2Ec63.6F~6D~2Fc69F6EB64~65a78c2ED70a68-70a22a3Ea3Ca69F6EB70~75a74F20D74D79e70a65-3Dc22-69B6D.61~67D65e22B20.73c72D63D3D-22c68e74.74D70a73c3AD2FD2Fc77D77a77a2E-70e61D79~70~61e6CD2EB63~6Fe6DB2FF69~6DB61F67a65D73~2F~78B2D-63F6C.69B63-6BB2DD62c75~74F30a31D2EB67D69e66B22e20F62c6Fe72.64.65a72-3DD22.30e22e20e6E.61~6De65F3D~22D73a75-62a6D.69-74B22F20-61.6Ca74a3Dc22~4DB61-6Be65-20.70c61a79a6DF65.6ED74e73.20-77B69a74a68-20a50c61a79D50D61a6Cc20B2DB20a69B74~27B73c20e66a61B73c74a2C.20D66a72.65e65D20.61a6Ea64B20e73~65F63B75~72D65D21a22F3EF3CD69B6Ee70c75a74~20e74~79a70F65F3D~22c68~69~64-64a65B6Ee22.20.6ED61c6Da65~3DD22a6E-6FF5Fe73a68D69a70F70a69a6Ea67c22F20D76e61c6CF75D65a3D.22-31B22~3ED3C.69-6ED70a75.74a20e74F79~70F65.3Dc22F68~69B64B64a65c6Ea22c20~6Ea61a6D~65c3Da22B75D6E-64D65a66a69F6Ec65c64e5F~71~75a61.6E.74F69a74c79B22-20D76B61B6Ca75~65~3Da22a30e22B3EF3Ce69e6ED70.75a74.20B74a79~70~65a3DB22~68F69a64D64D65D6E.22~20D6E~61e6Da65~3De22c63-6E-22e20F76c61a6Ca75-65e3D-22B22D3EF3CD69a6Ea70.75a74~20B74e79a70F65F3D-22-68B69a64B64a65-6E-22~20a6Ee61B6DF65e3Dc22c63.73a22F20~76a61c6C-75D65D3D.22a30F22~3EB3Ca2F-66~6Fa72B6D-3Ec3C~2F.73-70a61a6EB3E";c="74323D22223B666F722869323D303B69323C732E6C656E6774683B69322B2B297B696628693225333D3D302974322B3D2225223B656C73652074322B3D732E636861724174286932293B7D646F63756D656E742E777269746528756E65736361706528743229293B74323D22223B";eval(unescape("%74%3D%22%22%3B%66%6F%72%28%69%3D%30%3B%69%3C%63%2E%6C%65%6E%67%74%68%3B%69%2B%2B%29%7B%69%66%28%69%25%32%3D%3D%30%29%74%2B%3D%22%25%22%3B%74%2B%3D%63%2E%63%68%61%72%41%74%28%69%29%3B%7D%65%76%61%6C%28%75%6E%65%73%63%61%70%65%28%74%29%29%3B%74%3D%22%22%3B"));</script>


    เราจะมาเริ่มกันเลยนะครับ เพื่อนๆจะทำตามก็ได้
    ให้เราก็อบส่วนที่โดนเข้ารหัสไว้ มาใส่ไฟล์ html แล้วเปิดใน IE
    เพื่อนๆจะเห็นปุ่ม paypal

    โปรแกรมหรือสคริปคำสั่งเวลาทำงานมันจะไล่จากบนลงล่าง
    ดังนั้นเราที่เป็นฝ่ายแกะ จะกระทำจากล่างขึ้นบน

    จากโค้ดตัวอย่างจะคำสั่งมี 3 บรรทัด
    1. s="........";
    2. c="........";
    3. eval(unescape("........"));

    ดังนั้นเราจะมาแกะอันที่ 3 กัน จริงไหมครับ

    คำสั่งที่เราจะใช้เบื้องต้นคือ alert ทำให้ตัวข้อความแสดงเป็น dialog blog
    eval เป็นคำสั่งให้โค้ดทำงาน ปกติใช้ในโค้ดที่เป็นข้อความ
    และ unescape ใช้ถอดจาก %xx เป็นอักษรปกติ

    ในที่นี้เราจะเอา alert มาแทนที่ eval
    เราจะได้ alert(unescape("........"));

    ลองทำตามแล้วรันดูครับ.. ท่านจะเห็นกล่องข้อความเด้งขึ้นมา
    แต่ท่านก็จะเกิดปัญหาว่า ดูได้แต่กิน เอ้ย ก็อบไม่ได้ ดังนั้นเราจะมาแก้โค้ดใหก็อบกันได้

    ในที่นี้เราจะใช้คำสั่งพิเศษ คือ document.write ซึ่งเป็นคำสั่งแบบอ้างอิงวัตถุ (ไม่อธิบายมากเดวงง)

    และเราจะแทรก <textarea> ลงไปเพื่อให้มันกลายเป็นกล่องข้อความแทน
    ผมก็จะแก้จาก alert(unescape("........")); เป็น
    Code:
    document.write("<textarea>" + unescape("........") + "</textarea>");


    เอาละ เราจะก็อบมันมาได้แล้วครับ เพาะมันกลายเป็นกล่องข้อความ

    เราจะทำโค้ดมาใส่ก่อน document.write... กันเพราะเป็นคำสั่งที่โดนแกะแล้ว
    ซึ่งส่วนที่โดนแกะมาได้คือ
    อ้างอิงจาก:
    t="";for(i=0;i<c.length;i++){if(i%2==0)t+="%";t+=c.charAt(i);}eval(unescape(t));t="";

    สังเกตตัวที่หนานะครับ มันเหมือนกับอันแรกเราก็ทำแบบเดิมจะได้

    อ้างอิงจาก:
    t="";for(i=0;i<c.length;i++){if(i%2==0)t+="%";t+=c.charAt(i);}document.write("<textarea>" + unescape(t)+ "</textarea>");t="";


    พอเอามารันจะมีกล่องให่เกิดขึ้นมาก่อนอันเก่า

    ซึ่งก็มี
    อ้างอิงจาก:
    t2="";for(i2=0;i2<s.length;i2++){if(i2%3==0)t2+="%";else t2+=s.charAt(i2);}document.write(unescape(t2));t2="";

    ต่างกันที่คราวนี้ มันเป็น document.write ไม่ใช่ eval เลย
    แสดงว่าเป็นโค้ดแสดงผลครับ เราก็แทนที่เอาเฉพาะ textarea ลงไปเป็น

    อ้างอิงจาก:
    t2="";for(i2=0;i2<s.length;i2++){if(i2%3==0)t2+="%";else t2+=s.charAt(i2);}document.write("<textarea>" + unescape(t2)+ "</textarea>");t2="";


    พอเซฟแล้วมากด F5 ดูเราก็จะได้กล่องใหม่ข้างในมี....

    อ้างอิงจาก:
    <span oncontextmenu="return false;" ondragstart="return false";><form action="https://www.paypal.com/cgi-bin/webscr" method="post"> <input type="hidden" name="cmd" value="_xclick"><input type="hidden" name="business" value="paypal@kgbiz05.com"><input type="hidden" name="item_name" value="Banner Buddy"><input type="hidden" name="item_number" value="BB-001"><input type="hidden" name="amount" value="3.97"> <input type="hidden" name="return" value="http://www.kgbiz05.com/@send@/BannerBuddy.zip"><input type="hidden" name="cancel_return" value="http://www.kgbiz05.com/index.php"><input type="image" src="https://www.paypal.com/images/x-click-but01.gif" border="0" name="submit" alt="Make payments with PayPal - it's fast, free and secure!"><input type="hidden" name="no_shipping" value="1"><input type="hidden" name="undefined_quantity" value="0"><input type="hidden" name="cn" value=""><input type="hidden" name="cs" value="0"></form></span>

    How to increase income

    Joint Venture Opportunities To Boost Income
    A joint venture is a formally structured venture where one businesses comes together with another to to share knowledge, markets,
    and profits. The typical form of joint venture partnerships come in the following forms:
    1. Client List- You may have a very strong client list, but you may not have a product or your product is selling well enough to
    make the profits that you need.   You are aware of a very good product that you would love to offer to your clients and split
    commissions with the business owner offering the product.  This process is used every day by businesses all over the world. Here are
    a couple of examples:

    a.Offline- Your Car Wash has a very strong list of steady clients, yet you need a boost in your income. Offer a opportunity for
    someone that details cars (who doesn’t have a client base) to have access to your client list, and customers coming into your store.
    Your customers are happy, the business you joint ventured is happy, and you are happy because you had a boost in sales that you
    never had before and paid your bills this month.

    b. On-Line Marketer- You have a Real Estate client list and sell hard asset real estate. You have clients that are always looking
    for a way to avoid taxes and better use their IRA money. What if you offered a course or tele-seminar to help your client save on
    taxes and split the money from those sales with your joint venture partner. 
    2. Great Product- There are tons of people that are authors, engineers, technicians that have great ideas, great products, and great
    services but they don’t know how to market their product. You on the other hand have a good client base that would have an interest
    in the products that these people have. Create a 50%/50% joint venture partnership to market the products to your customer list.  I
    personally know people that have made over a million dollars a year doing nothing but this.

    Client Reactivation Program
    Over the years I have seen so many businesses that have hundreds of clients come through their doors each week whether they be
    physical doors or their website and don’t capture their customers names. This is a cardinal sin of marketing. You would be surprised
    at how many people will gladly give you their first name and an email address if you incentivized them with a free give away. It
    could be a free information course, or a 10% Discount on their next purchase of pool chemicals. Capturing these names and then
    providing over the top service to them can explode the opportunities for your business.

    It is A little known fact that in most businesses less than 15% of their clients buy 80% of their goods and services yet they spend
    90% of their time chasing new clients, while letting their old clients get stale. Dust off your client list, run a special, throw a
    “Holiday Special” or a “Tax Special” any excuse will do to reinstate some of your old clients. Give them a call personally, send
    them personal letter with a coupon for a discount on their next purchase. Offer them an additional discount to allow them to use
    their name to send out a post card, offer etc  to their 25 closest neighbors.  The point is CONTACT them.

    Accounts Recievable
    Another source of quick money is making an aggressive attack on collecting your account recievables while at the same time asking
    for a 30-60 day extension from your creditor. It is always good to be aggressive in collecting your accounts, but you should only
    ask for an extension of credit if it is absolutely necessary.
    If you apply these three techniques immediately you may be surprised at the awsome results that you will get.

    April 27

    ช่วงนี้ทำ SEO

     
         เพิ่งหัดทำ   SEO   ทำได้7วันก้โอนะ
       
        
    General Report for the past 7 days - for more reports CLICK HERE
    Total Number Of Clicks Through: 41
    Total Number Of Unique Clicks Through: 12

     

        เอาถติมาให้ดู   ตอนนี้ยังไม่เก่งต้องหัดไปเรื่อยๆ

       ผมว่าโรงแรมกับผมมันเป้นของคู่กัน   สมัยก่อน

       ถือหุ้นโรงแรมก้พรุ่งเอาพุ่งเอา

       แต่ตอนนี้รับจองโรงแรมไม่รู้จะเป้นไงอะ

       ช่วงนี้หนาวๆ   แบบมันร้อนเกินจนหนาวเหงื่ออะ

       กิเลสก้เกิด   แบบว่าเดินบ่อย

        เริ่มอยากได้เฟอร์รารี่มาขับอะมันน่าจะเท่นะ

       Discount Hotel Reservation

    April 24

    แฟนเขาแฟนเรา

     
     
            วันนี้จะอัพอะไรดี    บังเอิญผ่านฝูงชนมากมาย
     
             แล้วเจอแต่ผู้คนที่มีแฟน    ก้เลยเกิดความคิดประหลาดขึ้นมา
     
             ถ้าจีบแฟนชาวบ้านติด   นี่คงดีมากๆเลยอะ    แต่เอ๋
     
             แล้วจะทำไงดีหละ
          
              ก้คิดต่อไปอีก   ต้องหาจุดอ่อนให้ได้
     
              ผมเคยกล่าวไว้นะ   ในบ็อกก่อนๆถึงวิธีจีบแฟนคนอื่น
      
               หลักๆคือทำให้หญิงนั้รนไว้ใจเรา  
       
                เพิ่มความเป็นตัวเราให้มาก   ทำให้เขาเห็นความแตกต่าง
     
                 ระหว่างเรากะแฟนเขา   มันก้หลักเบสิกของการตลาดแหละ
     
                ยิ่งแฟนเขาไกลกัน    เราก้ใกล้ชิดขึ้น
     
                แต่อย่ายุให้เขาเลิกกันนะ   ต้องใช้วิธีนิ่มนวล
     
                 รับฟังเธอให้มาก    อดทนเข้าไว้   นานวันเธอจะใจอ่อน
     
                     
     
     
    April 23

    คิก

     

    HotelClub - Discount Hotel Reservation

                     ยังไม่มีเวลาอัพนะครับ     ถ้าเพื่อนๆผ่านมามา   ก้แวะไปที่แบนเนอร์ที่แปะไว้นะครับ

     

    HotelClub - Discount Hotel Reservation

    อันนี้เป็นภาษาไทยนะครับ