cudo's profileนารูโตะฝันที่จะเป็นโอคาเ...PhotosBlogLists Tools Help

นารูโตะฝันที่จะเป็นโอคาเงะผมฝันที่จะเป็นประธาศาลฎีกา

นารูโตะต้องการปกป้องหมูบ้านโคโนฮะส่วผมต้องการผดุงความยุติธรรมในสังคมไทย
No list items have been added yet.

Windows Media Player

Photo 1 of 102

HTML

Discount Hotel Reservation
June 01

เวทมนต์ คาถา ความเชื่อ

      ความเชื่อเป้นสิ่งมหรรศจรรย์ที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถจะอธิบายได้
ในความคิดของผมนั้น    เวทมนต์คาถาผมถือว่าเป็นกุุศโลบายทางจิตอย่างหนึ่ง
ที่จะช่วยทำให้ผู้ใช้มีความกล้า   มีกำลังใจ  ส่วนท่องคาถาแล้วผลเป็นอย่างไรนั้น
ผมเองก็มิสามารถบอกได้   ต้องถามผู้ที่เคยใช้คาถา   ต่างๆเหล่านั้น   คาถาทำให้
จิตใจเรามีสมธิ   เมื่อเราท่องบ่อยและจดจ่ออยู่กับตัวคาถานั้น   ใจเราก็จะมีสมาธิ
ไม่ฟุ้งซ่าน  จิตสงบ  
 
 

คาถาทำให้คนรักรักเรา

พุธธัง รัตะนัง
ธัมมัง รัตะนัง
สังฆัง รัตะนัง
นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร โอมสวาหะ รักกูเพี้ยง

ท่านอาจารย์ว่า นิยมสวดทุกวันเกิดตนเอง เช่นเกิดวันจันทร์สวดทุกวันจันทร์ หรือสวดวันครู (วันพฤหัสบดี) จำทำให้คนรักเราใช้กับคนรักได้

 

คาถามหาเสน่ห์ (ให้คนรักรักเรามากขึ้น)

พุทโธ จับจิต ธัมโม จับใจ สังโฆ รักใคร่
พุทโธ มามา ธัมโม มามา สังโฆ มามา
นะเมตตา โมเห็นหน้ารักสนิท พุทจับจิต ธามิให้กำจัด
ยะกระหวัดจิต......ชื่อ นาม(คนรัก) ......รักอย่าละ
ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระนัง คัจฉามิ ฯ

คาถานี้ใช้ภาวนากับสีผึ้งทาปาก หรือเครื่องสำอางค์ต่าง ๆสวด 5 จบทำให้ติดต่อกับใครหรือคนรักจะ

 

 

 

 

 

 

 

ลงนะขุนแผน
ออกจากบ้านไปไหนมาไหน หากต้องการจะให้มีคนรักคนหลงใหล มีเสน่ห์เมตตามหานิยม จะพูดจาสิ่งใด ให้มีคนนิยมชมชอบ เชื่อถือผูกจิตใจใฝ่ฝันหลงรัก

โอม สิทธิ ศรี ศรี พลายแก้วจิตตัง อาราธนานัง ปิยังมะมะ ราศีกูงาประดุจดังกับแผ่นฟ้า หน้ากูงามดังกับขุนแผน แขนกูงามดังพระนารายณ์ กายกูงามดังกับพระอาทิตย์ ฤทธิ์กูงามดังพระจันทร์ สาวในเมืองสวรรค์เห็นหน้ากูอยู่มิได้ สาวแก่แม่หม้ายในโลกมนุษย์แย่งยุดกันหลงรัก และใฝ่ฝัน ช่วงชิงกันมิเว้นยาย กูจะรำลึกนึกถึงต้นไม้ ก็ให้มางวงงงหลงเสน่ห์ จงตามมาใกล้ไม่ห่างเห สมคะเนนึก กูจะรำลึกถึงพญาหงษ์ ก็ให้มาหลงลืมถ้ำคูหา กูจะรำถึงพญาปลา ก็ให้รีบมาหลงและลืมน้ำ กูจะรำลึกถึงคนธรรมดา ก็ให้มาหลงลืมที่นอน กูจะรำลึกถึงลูกไก่อ่อน ก็ลืมแม่วิ่งแร่ตาม กูจะรำลึกถึงช้างงามก็จงตามมา กูจะรำลึกถึงสาวแซ่แม่ค้า จงมาหากู กูจะกู่ร้องเรียกสาวใหญ่ให้ใหลหลง กูจะรำลึกถึงดงพงไพรให้ชอบใจกู กูจะรำลึกถึงฝูงชนทั้งหลายที่มีอยู่ จงอย่าห่างเหิน กูจะรำลึกถึงเทวดานายฟ้าทุกวิมาน ให้ลงมาผูกพันด้วยเสน่ห์กู ขอจิตของขุนแผนเข้าสู่กาย ขอ นะ ขุนแผนทั้งหลายจงสู่หน้า ให้มีเสน่ห์เมตตาตลอดไป ใครเห็นใครรัก ใครทักใครชม ให้มีคนนิยมตามกูมา
โอม นะมะพะทะ นะมะพะทะ นะมะพะทะ อะระหัง พุทโธ นะโมพุทธายะ พุทธังสิทธิ ธัมมังสิทธิ สังฆังสิทธิ เมตตาสิทธิ สิทธิสวาหะ

ใช้คาถาบทนี้เสกแป้งผัดหน้า เมื่อเวลาที่จะออกจากบ้านไปไหน ๆ ข้อห้าม

1.
หากในบ้านมีแม่ มีน้องสาว พี่สาว อย่าใช้ในบ้านเป็นอันขาด

2.
เมื่อใช้คาถานี้แล้ว ห้ามยุ่งเกี่ยวกับเมียของคนอื่นเด็ดขาด

3.
เมื่อหญิงตามมาอยู่ด้วย ก็ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูเขา

4.
ห้ามโกหก กะล่อน และกระทำมิจฉาชีพ ทุก ๆ อย่าง

ถ้าปฏิบัติได้ใน 4 ข้อนี้แล้ว ใช้คาถานี้เสกแป้งผัดหน้าก็จะบังเกิดผล ถ้าปฏิบัติไม่ได้ ขาดในข้อใดข้อหนึ่งแล้วยังขืนใช้ ก็จะต้องได้รับความภิบัติ

เสกใบรัก

ถ้าหากเรารักผู้หญิงคนใด ให้หาใบรักซ้อน เขียนชื่อนามสกุลใส่ในใบรักนั้น แล้วเสกเป่าด้วยคาถาบทนี้ 3 ครั้ง แล้วซุกไว้ใต้หมอนที่เรานอน ในไม่ช้าก็จะทำให้หญิงนั้นมีจิตใจ หลงใหลเมตตาสงสารเรา และก็จะกลายเป็นความรัก

o โอม อิทถี อี ............................
ม-งจะต้องรักกู ม-งจะร้อนใจ ทนอยู่มิได้

นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ

นะมะอะอุ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา

เอหิพะหูชะนา เอหิจงมา นะโมธัมมายะ

นะโมสังฆายะ เอหิจิตตัง ปิยัง มะมะ


ข้อห้ามสำหรับคาถาบทนี้ หากว่าเราไม่ต้องการจริงจัง เพียงแต่จะทำหลอกเขาล่ะก็ อย่าได้ทำอย่างเด็ดขาด หากเขาตามมาแล้ว จะต้องเลี้ยงดู อยู่กันกันตามประสาสามี ภรรยาตลอดไป ห้ามมิให้ทอดทิ้งเขา และถ้าหากเป็นภรรยาของคนอื่น ที่เขามีเจ้าของอยู่แล้ว ห้ามใช้คาถานี้อย่างเด็ดขาด อาจจะเกิดพิบัติขึ้นกับตัวเองได้
ถ้าหญิงจะเอาไปใช้ก็ได้นะแต่เปลี่ยนตรงอี เป็น ไอ้ คำว่าเมียหมายถึงแต่งงานแล้ว ถ้าเป็นแฟนกันอยู่ยังไม่แต่งเขียนได้สำหรับวัยรุ่น นะ แต่ดูข้อห้ามให้ดีนะคับ ถ้าใครไม่ทำตามข้อห้ามผมจะสาปแช่งให้ ร่ม จม ตลอดไปหมายเหตุ อันนี้นะ - อ่านเป็น มอึง ตัด อ ออก

ถ้าชายใช้ให้ว่าตามนั้นเลยถ้าหญิงใช้ให้เปลี่ยน จาก อิทถี อี เป็น ปุริโส ไอ้ นะคับ


คนรัก

จะผูกจิตผูกใจให้คนรักคนหลง ให้มีเมตตามหานิยมไว้ก่อนแหละดี เราจะได้ไม่มีศัตรูหมู่มาร มาตรร้ายหมายชีวิต เสกคาถานี้เขาจะรักเราทุกคน

พุท ธะ สัง มิ

หลงใหล

เมื่อใช้คาถานี้ เสกฝ่ามือลูบหลังสาวคนใด หรือจับเนื้อต้องตัว ก็จะให้จิตใจฟั่นเฟือน หลงใหลใฝ่ฝันในตัวเรา อยากจะมาหาเราใจแทบจะขาด

นะอิฎฐีนะ พันธมะทะโว โสมานะ กะริฏฐาโท


นะเมตตา

คาถานี้ใช้เสกน้ำล้างหน้า เสกแป้งผัดหน้า เสกขี้ผึ้งสีปาก ยามจะออกจากบ้านจะมีเมตตา มหาเสน่ห์ ไม่เป็นที่เกลียดชังของผู้ใด มีแต่คนรักนิยมชมชอบทั่วไป

พระพุทธัง อะระหัง เมมตาจิต พระธัมมัง อะระหัง เมตตาจิต พระสังฆัง อะระหัง เมตตาจิต



คาถามหาระรวย

จะเป็นการทำมาค้าขาย หรือเดินทางไปหาโชคลาภ หรือเข้าหาเจ้านาย ให้ใช้ถาคา บทนี้ เสกใส่ฝ่ามือ แล้วตบหน้าตัวเอง ๓ ที แล้วจึงออกจากบ้านไป

การค้าขายก็จะมีกำไรงาม เจรจาตกลงง่าย เจ้านายก็จะเชื่อถือรักใครเรา

โอม นะโมพุทธายะ นะมะพะธะ จะพะกะสะ ระรวย มหาระรวย ชายเห็นชายงง หญิงเห็นหญิงงง หลงด้วยเสน่ห์ มหาระรวย ตะติงยังเภทะกัญเจวะ เมตตาพุทธถามหา จะตุตถัง อังกุสัมภะวัง โธร้องทัก ปัญจะมัง สิริ สังขาตัง ร้องเรียกจะกวักมือ นะระรวย โมระรวย พุมธระรวย ธาระรวย ยะระรวย หลงใหลสวาหะ

เมื่อใช้แล้วก็จะมีเมตตา มหานิยม เป็นที่รักของคนทั้งปวง ได้สมปรารถนา


พระคาถาเสกขี้ผึ้งสีปาก, เสกแป้งผัดหน้า

อิ ธะ คะ มะ จิ เจ รุ นิ

เมื่อจะเดินทางไปแห่งหนตำบลใด ต้องการจะเป็นผู้มีเสน่ห์ให้คนรักคนชม จงใช้พระคาถานี้เสกแป้งผัดหน้า หรือเสกขี้ผึ้งทาปาก เจรจาแต่ถ้อยคำอ่อนหวานไพเราะ ไม่ขัดคอคน จะประสิทธิเมดีนักแล


พระคาถาเรียกคน

มะอะอุ สิวังพรหมา จิตตัง จิตมนุษย์ทั้งหลายทั่วทั้งแผ่นดิน มานิมามา อาคัจฉันติ มีจิตมารักกูทุกคน อุอะมะ เกลื่อนกล่นกันมา อะมะอุ บูชากูอย่าได้ขาด สัพพะบูชา มาลาภัง ภะวันตุ เมฯ

มะอะอุ สิวังพรหมา จิตตัง มานิมา จิตตังวา ปุบผังวา เทวีวา ราชาวา เศรษฐีวา สะมะโณวา พราหมะโณวา อิตถีวา ปุริโสวา พานิชโชวา พานิชชาวา เอหิเอหิ ปูชิตา อะหัง วันทามิ สัพพะทาฯ

คาถาทั้ง๒บทนี้ใช้คู่กัน บทแรกให้เสกธูปหอมเสียก่อนจึงจุดขึ้น ใช้บทที่สองสวดบูชาพระเรียกนำลาภสักการะมาให้ใช้ทางค้าขายจะมีลาภผลดีนักแลฯ

ปริศนามายา

  ปริศนามายา
ในระหว่างปี พ.ศ. 800-1450 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยุโรปกำลังตกอยู่ในยุคมืดแห่งอวิชชา ในทวีปอเมริกากลาง ที่ปัจจุบันคือ Gualemala Mexico, Honduras, Belize และ El Salvador กำลังเป็นแหล่งอาศัยของชนเผ่ามายา (Maya) ประวัติศาสตร์ได้จารึกว่า ในระยะเวลาดังกล่าว อารยธรรมมายาได้เจริญรุ่งเรืองสุดขีดเช่น ได้สร้างพีระมิดและพระราชวังที่มโหฬารและวิจิตรอลังการมากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป 5 ศตวรรษเท่านั้นเอง อารยธรรมมายาก็ถึงแก่กาลอวสาน โดยได้สูญสลายหายไปจากโลก เมื่อผู้คนมายาพากันอพยพเผ่นหนีเมืองของตนอย่างไร้เหตุผลใดๆ หลังจากนั้นป่าก็ได้เข้าครอบคลุมและบดบังอารยสถานต่างๆ ทำให้ไม่มีมนุษย์คนใดได้เห็นอัครสถานเหล่านี้อีกเลย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2384 เมื่อ John Lloyd Stephens นักผจญภัยชาวอเมริกัน ได้พบเมือง Copan ในป่าทึบของประเทศ Honduras เราจึงได้รู้จักโลกของชาวมายาอีกครั้งหนึ่ง

ตลอดระยะเวลา 160 ปีที่ผ่านมานี้ นักโบราณคดีได้พบว่า ชนเผ่ามายามีความสามารถทางดาราศาสตร์ จนสามารถทำนายเวลาเกิดสุริยุปราคา และจันทรุปราคาได้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน รู้จักทำปฏิทินใช้ รู้จักประดิษฐ์เลขศูนย์ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ รู้จักค้าขายเกลือ หยก และเครื่องปั้นดินเผา ตามปกติชาวมายานับถือเทพเจ้ามาก และมีเทพเจ้ามากมายทั้งสุริยเทพ วสันตเทพ และมรณเทพและเทพเจ้าเหล่านี้ทรงโปรดปรานการเสวยเลือด ดังนั้น เหล่าเชลยศึกสงครามจะถูกชาวมายาฆ่าเพื่อเอาเลือดไปถวายเทพ

สังคมมายามีการแบ่งชั้นวรรณะ โดยมีพระนักบวชอยู่ในวรรณะสูงสุด เพราะเป็นผู้เข้าใจดาราศาสตร์ รู้สถาปัตยกรรมศาสตร์ และรอบรู้ในสรรพวิทยาการ ดังนั้น ชีวิตของพระจึงเป็นชีวิตที่สบาย มีหยก ขนนกปักษาสวรรค์ และหนังสัตว์ในครอบครอง และเวลาเดินทางไปไหนมาไหน จะมีทาสหามเสลี่ยงไป ส่วนชาวบ้านธรรมดานั้นก็จะทำแต่งาน แล้วนำผลิตผลดีๆ ไปถวายแด่กษัตริย์ เมื่ออยู่ในวัยเด็กชาวมายาจะใช้ชื่อหนึ่ง เวลาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะใช้อีกชื่อหนึ่ง และจะเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเมื่อแต่งงาน ดังนั้น ชาวมายาแต่ละคนจะใช้ชื่อมากถึง 3 ชื่อในชีวิต ณ วันนี้ ปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนคือ อารยธรรมมายาล่มสลายเพราะเหตุใด

เมื่อ 12 ปีก่อนนี้ A. Demarest แห่งมหาวิทยาลัย Vanderbilt ในสหรัฐอเมริกาได้พบอักษรจารึกบนภาชนะที่ฝังในพีระมิด ซึ่งอ่านว่าความไม่อิ่มเอมในอำนาจรสของบรรดากษัตริย์ ที่ได้สู้รบกันเพื่อแย่งชิงอาณาจักรกัน คือสาเหตุหลักที่ได้ทำลายอาณาจักรมายาวายวอด เพราะเวลาเกิดสงคราม ชาวบ้านที่เคยอาศัยอยู่นอกเมืองต้องหนีข้าศึกอพยพเข้ามาอยู่ในเมือง ทำให้ผลิตผลการเกษตรลดปริมาณเมื่อภาวะทุพภิกขภัยบังเกิด ชาวบ้านก็ได้กรูเข้ายึดพระราชวัง เพื่อยื้อแย่งราชภักษาหารไปบริโภค และนั่นก็คือจุดจบของกษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรมายา

ณ วันนี้นักโบราณคดียังไม่พออกพอใจกับคำตอบที่ว่า สงครามกลางเมืองทำให้อาณาจักรมายาสลายเท่าใดนัก เพราะเหตุผลอื่นๆ ก็มีน้ำหนักมากเช่นกันเช่น พื้นแผ่นดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอาณาจักรมายาเป็นดินแดนที่แสนจะไร้คุณภาพ ทั้งนี้เพราะมีป่าทึบปกคลุมทำให้ฝนตกในอาณาจักรหนักมาก ซึ่งมีผลทำให้ป่ามีสิ่งมีชีวิตหนาแน่นจนเกินไป จนสัตว์ป่าได้เข้ามาคุกคามวิถีชีวิตของชาวเมือง นอกจากนี้การมีฝนตกชุกยังได้ทำให้น้ำฝนไหลชะเนื้อดินที่จะใช้สำหรับทำเกษตรกรรมหลุดไปมาก ชาวบ้านจึงทำเกษตรกรรมได้น้อยลงๆ และนั่นก็หมายความว่าสภาพทางเศรษฐกิจก็ตกต่ำลงๆ และเมื่อเรารู้ว่าการที่มนุษย์จะมีอารยธรรมได้ สภาพทางเศรษฐกิจของมนุษย์จะต้องดีก่อน เพราะมนุษย์จะได้มีเวลาอุทิศตัวสร้างสรรค์ความเจริญด้านบริหาร ศาสนา วัฒนธรรม ศิลปะ และวิทยาศาสตร์ แทนที่จะคิดทำมาหากินเลี้ยงกระเพาะแต่เรื่องเดียว ดังนั้น เมื่อสภาพแวดล้อมไม่ดี ผลที่ติดตามมาคือ ชาวบ้านประสบความยากลำบาก ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนาอารยธรรมมายาเป็นไปได้อย่างยากลำบากมาก

นอกจากเหตุผลนี้แล้ว ชาวมายานั้นตามปกติชอบทำเกษตรกรรมเลื่อนลอย ซึ่งหมายความว่าชาวบ้านนิยมตัดป่าแล้วเผาป่า การทำเกษตรกรรมลักษณะนี้จึงต้องการพื้นที่ทำงานขนาดใหญ่ เกษตรกรแต่ละคนจึงตั้งบ้านเรือนอยู่กันห่างไกล การรวมพลังสร้างสรรค์ใดๆ จึงเป็นไปได้ยาก และเมื่อชาวมายานิยมแบ่งพื้นที่ให้กษัตริย์ปกครอง การต่อสู้แย่งชิงพื้นที่เกษตรกรรมจึงเกิดขึ้นบ่อย ทำให้ประเทศขาดความสามัคคี และนี่อาจเป็นสาเหตุอีกประการหนึ่งและข้อมูลที่น่าประหลาดใจอีกเรื่องหนึ่งคือ ชาวมายาไม่รู้จักใช้ล้อ และไม่รู้จักการถลุงแร่ ซึ่งแสดงว่าชนมายาดำรงชีวิตเหมือนมนุษย์หินที่รู้จักใช้เพียงไม้ กระดูกสัตว์ หินปูนและหินทรายในการสร้างเมืองเท่านั้นเอง ถึงกระนั้นชาวมายาก็ประสบความสำเร็จในการสร้างพีระมิดที่เมือง Tikal ซึ่งสูงถึง 70 เมตร โดยใช้ความรู้คณิตศาสตร์ชั้นสูงที่ตนมี

นักประวัติศาสตร์ด้านอารยธรรมมายา อีกหลายคนได้ให้เหตุผลเกี่ยวกับสาเหตุการล่มสลายของอารยธรรมนี้ว่า อาจเกิดจากความล้มเหลวทางการพาณิชย์ที่มีการเรียกเก็บภาษีจากเกษตรกรรมมากไป หรืออาจจะเกิดจากที่อาณาจักรถูกพายุทอร์นาโดถล่มหรือเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง ในอาณาจักรซึ่งได้สังหารผู้คนจำนวนนับแสนคน หรืออาจจะเกิดจากโรคร้ายแรงเช่น ทรพิษ หรือกาฬโรคที่ได้ระบาดไปทั่วอาณาจักรมายา ฯลฯ

แต่เหตุผลเหล่านี้มีน้ำหนักน้อยเพราะถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เราก็จะต้องเห็นเถ้าถ่านและร่องรอยที่อาณาจักรถูกทำลาย รวมทั้งได้เห็นโครงกระดูกของชาวมายาเกลื่อนกลาดด้วย ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานในมือ แต่นักประวัติศาสตร์ก็รู้ว่าความกลัวได้ขับไล่ผู้คนให้หลบหนี และละทิ้งบ้านเมืองของตน แล้วอะไรที่ทำให้ชาวมายาผวากลัว นี่คือปริศนามายาที่ยังไม่มีคำตอบ

ในความพยายามที่จะเข้าใจความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ของชาวมายา นักโบราณคดีได้บุกป่า ฝ่าดงในเม็กซิโกเพื่อค้นหาหลักฐานจากพีระมิด จากวิหารที่ชาวมายาสร้างและ James E. Brady แห่งมหาวิทยาลัย California State ในสหรัฐอเมริกา ได้พบว่า ถ้ำคือศาสนสถานที่สำคัญของชาวมายา เพราะเขาได้พบหลักฐานมากมายในถ้ำที่แสดงให้เห็นว่า ภายในถ้ำที่ไม่ค่อยมีแสงสว่างนัก กษัตริย์มายาและพระนักบวชชาวมายามักทำพิธีกรรมและสวดมนต์เพื่อให้ตนเองครองอำนาจอย่างยั่งยืน

และเมื่อถ้ำในธรรมชาติมีน้อย ชาวมายาจึงได้หันไปขุดถ้ำ เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมเป็นจำนวนมาก จนถ้ำอาจเปรียบเทียบได้กับพีระมิดมายาที่เลื่องชื่อ

และในที่ประชุมของ Society for American Archaeology ที่เมือง Denver ในรัฐ Colorado สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2545 Brady ได้รายงานว่า

ชาวนามายาที่อยู่ห่างไกลจากเมืองและอยู่ในป่ามักขุดถ้ำตามภูเขา เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และในถ้ำบางถ้ำนั้นชาวมายาจะนำศพของบรรพบุรุษไปฝัง ทั้งนี้เพราะชาวมายาเชื่อว่าน้ำที่ไหลจากภูเขาและออกมาตามถ้ำ คือน้ำจากใจกลางโลกที่สามารถเลี้ยงดูมนุษย์ได้ ดังนั้น การฝังศพของบรรพบุรุษในสถานที่ลึกเช่นนี้ จึงเป็นการไหว้วานให้วิญญาณให้ปกป้องน้ำ เพื่อชาวมายาได้มีใช้ตลอดไปด้วย นอกจากนี้การฝังศพในถ้ำก็เป็นการช่วยให้วิญญาณของผู้ตายได้ติดต่อกับยมเทพในนรก เพื่อขอร้องมิให้ยมเทพบันดาลเหตุร้ายแก่ตน

นอกจากนี้ Brady ยังพบเปลือกหอยมากมายในถ้ำ ทั้งนี้เพราะชาวมายาเชื่อว่าเปลือกหอยคือสัญลักษณ์ของน้ำ การเกิด การตาย และการเจริญพันธุ์และยังพบเครื่องปั้นดินเผาและลูกปัดด้วย ในบางถ้ำมีภาพวาดตามผนังซึ่งแสดงให้เห็นการแต่งกายของชาวมายาสมัยนั้น

มายา ณ วันนี้ โบราณคดีถ้ำของชาวมายา จึงกำลังเป็นวิทยาการอีกด้านหนึ่งของประวัติศาสตร์มายาที่ทำให้เรา ปัจจุบันรู้จิตใจของคนมายา เมื่อ 1,000 ปีก่อน ดีขึ้นครับ


 

 

อ้างอิงจาก   http://www.ipst.ac.th/ThaiVersion/publications/in_sci/maya.html

วันว่างๆ

     ช่วงนี้อยู่ว่างๆ    ไม่มีอะไรทำ   ว่างสี่วัน
ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงยุ่งๆ   วันว่างๆแบบนี้ก็ไม่รู้จะไปไหน
นั่งพิมพิ์อะไรเล่นๆดีกว่า   ช่วงนี้เริ่มเบื่อๆกับอินเตอร์เน็ต
ไม่อยากเล่นเลย    มันก็ซ้ำเดิมๆ   เล่นมาหลายปีแล้ว
บางเว็บก็เล่นมาตั้งหลายปีตั้งแต่มันยังไม่ฮิต   จนคนอื่น
เขาฮิกันแล้ว    เราก้ไม่อยาเข้า   ตอนนี้สู้เอาเวลาไปอ่านหนังสือ
ดีกว่าแทนจะมามัวแต่ดูกระทู้    อัพเว็พ   อัพบล็อก    นั่งแช็ท
บางครั้งเราก็ออนทั้งวันนะ   แต่ก้ไม่รู้อะไรกับใคร   เวลาต่อเน็ท
หาข้อมูลกฎหมาย   เราก็ออนไลน์ไว้ตลอดเวลา   หรือบางเวลา
ฟังคำบรรยาย   ก็ออนทิ้งไว้   อีเมลลืเหรอแทบจะไม่มีอะไร
นานๆถึงจะมีเรื่องสำคัญ   แต่ส่วนใหย่ก็เป็นแต่ฟอร์เวิดเมลล์
เมลล์โฆษนา   สแปมเมลล์    จึงไม่มีความจำเป็นมากที่จะเช็คเมลล์
 
    โทรศัพท์อีกอะ    เริ่มเบื่อๆไม่อยากจะคุย   บางครั้งโทรออกก็เพราะ
ความเคยชินเพราะเมื่อก่อนโทรเยอะ   ช่วงนี้พยายามหลีกหนีจากโทรศัพท์
จึงมีความจำเป็นที่ต้องเปิด  ปิดเครื่องเป็นเวลา   ใจจริงไม่อยากใช้เลยแหละ
แต่ก็ต้องไว้โทรติดต่อกับที่บ้าน    และก็ต้องมีเรื่องงานบ้างจึงเลิกใช้มันไม่ได้
แ่ก็จะพยายามใช้มันให้น้อย   คุยเฉพาะเท่าที่จำเป็นทั้งที่โทรศัพท์ผมโทรฟรี
ในเครือข่ายเอไอเอส  วันละสิบแปดชั่วโมง   ถ้ามัวแต่เอาเวลามาคุยโทรศัพท์
เล่นเน็ท    เที่ยวเล่นคงไม่มีเวลาอ่านพอดี   เพราะต้องอ่านหนังสือหนักเพื่ออนาคต
 
      ไม่ใช่ว่าเห็นแก่ตัว    แต่บางครั้งการคุยโทรศัพท์มันก้ไม่มีเรื่องอะไรเล้ย
เรื่องที่ทำงาน    เรื่องชาวบ้าน   ตอนนี้ผมยังไม่อยากรับเรื่องอะไรของใครนะ
ครับ   อาทิตยืหนึ่งที่โทรมาคุยกับผมเรื่องเดียวกันทุกวันนี่   ไม่รู้จะคุยทำไม
ถ้าเป็นเรื่องสำคัญผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ   นานทีโทรมาคุยกัน  
     แด่เพื่อนบางคนผมเองก็ไม่รู้จะตอบกับบางท่านได้อย่างไรที่ผมไม่ทรไปหา
พวกท่าน     เพราะเหตุว่าผมเองไม่ค่อยมีเวลา   อีกอย่างท่านก้ไม่มีเวลาว่างตรง
กับผม   ผมว่างดึกๆ   นอนดึกไม่สิผมนอนเช้า    ผมต้องอ่านหนังสือ   และฝึกงาน
ชีวิตนักกฎหมายต้องอ่านหนังสือเยอะ    จะมีเวลาก้จนกว่าจะสอบผ่านได้เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา
ณ  ตอนนี้ ผมยังไม่เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา   ผมจึงต้องอ่านหนังสือ   เพื่ออนาคต
หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจผมนะครับ   
 
 
    
 
 
 
 
 
 
 
 
 
March 03

วันเกิดที่เหงาๆ

                 วันเวลาช่างผ่านพ้นไปเร็วมากๆ    แป๊บๆก้เวียนมาบรรจบครบวันเกิดอีกแล้ว
ทำให้รู้ว่าเราควรทีจะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า    อย่าหลงระเริงกับสิ่งยั่วยุต่างๆในสังคม   ใช้ชีวิต
อย่างไม่ประมาท   เพราะเวลานั้นผ่านไปเร็วมาก    หากเรายังมัวแต่หลงใหลในวัตถุไม่ทัน
ระวังกับการใช้ชีวิต   เราเองก้อาจจะมีปัยหาก็ได้
 
                  วันเกิดไม่ใช่วันที่จะมาฉลองสำหรับผม     แต่วันนี้เป็นที่ควรระลึกถึงและสำนึก
ในพระคุณของคุรแม่    หากไม่มีแม่ที่ให้กำเหนิดผมมา    ผมก้คงไม่มีวันนี้    ไม่มีวันที่ผม
มานั่งพิมพิ์อยู่อย่างนี้    ดังนั้นผมจึงหาควรที่จัดงานฉลองอะไรไม่    ไปทำบุญดีกว่าครับ
 
 
              
December 01

ห่างหายจากสเปซไปชาติเศษ

     นานมากๆที่ไม่ได้เข้ามาในสเปซ   ด้วยเหตุผลหลายประการที่มิอาจก้าวล่วงได้
      แล้วไหนก้จะมีhi5  อีก  มันก็เลยดูเหมือนจะเป็นการลักลั่นกัน   ช่วงเวลาที่ห่าง
      หายไปมีอะไรเกิดขึ้นมากมาย    อะไรที่มันทำให้เศร้าก้ปล่อยมันทิ้งไป    ผู้หญิง
      คนไหนทำให้เจ้บก้อย่าไปคิดถึงเขา    ทำหน้าที่ของเราให้ดี    ช่วงนี้มีผู้คนใหม่ๆ
      เข้ามาในชีวิตเยอะแยะ   สังคมเริ่มเปลี่ยนไป    จากเมื่อก่อนอยู่ในแวดวงสุขภาพ
      เดี๋ยวนี้ก็อยู่กับคนที่เรียนสายเดียวกันคือด้านกฎหมาย   อาจเป็นเพราะวันเวลาที่
      ผันแปร  เราเองก้ถอยออกมาจากแวดวงสายสุขภาพนาน    เพื่อนเก่าก้ไม่ค่อยเจอหน้ากันเท่าไร
     บางคนที่เคยสนิทเขาก้เปลี่ยนงานไปทำด้านอื่น   ไม่มีเวลาสังสรรค์เหมือนแต่ก่อนเพราะ
     ก็มีแต่ๆพี่ๆที่เรียนกฎหมายที่เรียนกฎหมาย    เมื่อวานก็ไปเจอพี่ที่จบจากเมกามา
     เขาเอาฮาร์ดดิสมาก็อปไฟล์กฎหมาย    พี่เขาใจดีน่ารัก   วันนี้บ่ายๆก้มีนัดที่เดิม
     ก้เรื่องกฎหมายอีกเช่นเดิม     บางครั้งมันดุเหมือนจะเบือนะ   แต่พอเอาเข้าจริงๆก็สนุก
    
    วันแรกที่เพื่อนชวนเรียนนิติยังจำได้เลย     กำลังนั่งเล่นเกมส์ไปด้วยดูหุ้นไปด้วย
     ไม่เคยคิดที่จะเรียนเพื่อนชวนว่ามาเรียนนิติก้ลองเรียนดุูไม่ได้ชอบอะไรเล้ย
      ก้คนมันเรียนสายวิทย์มานิ   แถมเรียนด้านวิทยาศาสตร์เพียวหนึ่งปี
      วิทยาสาตร์สายสุขภาพอีกสองปีให้มาเรียนกฎหมายมันคืออะไรที่เปลี่ยนแนวมากๆ
       วันแรกที่เรียนงั้นๆเฉยๆ    รู้สึกชอบก็วันหนึ่งได้เข้าห้องสมุดเอาฏีกาเต็มมาอ่าน
        เออเหมือนนิยายดีหวะ   โจทย์กับจำเลยมีอะไรสนุกๆอีกเยอะ    น่าสนลังจากนั้น
        ก็รักเส้นทางสายกฎหมาย    แต่ชีวิตมันก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหราบเสมอไป
        ผมต้องพบเจอประสบกัปัญหาต่างๆ    ทั้งเรื่องเพื่อน   เรื่องสังคม   เจอคนนินทาสารพัด
        ปวดหัว    ตอนนั้นมีเพื่อนแนะนำให้ไปสอนที่โรงเรียนสอนคนตาบอดก้โอเคดีขึ้น
        ได้ทำบุญ     ผมก็สอนที่นั่นอยู่พักใหญ่    ส่วนวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็จะไปวิปัสนาที่อ้อมน้อย
         นั่นเป้นชีวิตเทอมแรกของการเรียนกฎหมาย   ก้ไม่ได้อะไรเรื่อยๆ    เทอมมสองก็สนุกดี
         ตั้งใจเรียนมากขึ้น    พอขึ้นปีสองเจอเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจ    ทั้งหุ้นที่วื้อไว้ราคาตกมากๆ
         ผุ้หญิงคนหนึ่งบอกลา(คนที่ทำให้เจ็บจนทุกวันนี้)  ผมคิดสั้นกินยาพาราไปยี่สิบเม็ด  
 
         วันนั้นผมเข้าโรงบาลมีผู้หญิงโทรมาสองคนคนหนึ่งเรียนเภสัชมหิดล(ตอนนี้จบแล้ว)อีกคนเรียน
         เภสัชมอ  (จบแล้วเช่นกัน)    แต่เธอที่ทำให้ผมเศร้าไม่มีแม้แต่เอสเอ็มเอส   หลังจากฟื้นตัวผม
         ก้ไม่สนใจเรียนมากเท่าไร    ทำธุรกิจเต็มขั้น  ตอนนั้นมีนักศึกษาพยาบาลมาขอเป้นแฟน
         ก็ตอบตกลงไปโดยไม่ได้คิดอะไร    ช่วงนั้นะุรกิจที่ทำรุ่งมาก   ผมได้กำไรจากราคายางพาราสูง
         แต่ชวิวิตก้ไม่มีอะไรแน่นอน    วันหนึงราคาตกผมขาดทุนเยอะนะครับ    เอาเป้นว่าจ่ายค่าเทอม
         เรียนหมอมหาวิทยาลัยเอกชนได้สองเทอมแหละ    จำนวนเงินที่ผมขาดทุนไป    วันเวลาก็ผ่านไปเรื่อย
         ผู้หญิงที่บอกลาผมไปเธอกลับมาหาผม   ผมก็บอเลิกผู้หญิงที่เขาขอเป็นแฟน     หลังจากนั้นผมก้คบ
         คบกับผู้หญิงคนที่บอกลาผมไปเป็รแฟนได้ช่วงหนึ่ง    ผมทุ่มเทให้กับเธอมาก    เอาใจทุกอย่าง
         เธอเรียนหมอที่ขอนแก่น    วันหยุดผมก็ไปหา    เธออยากมากทม    ผมก็โอนตังค์ให้หรือไม่ก็จ่ายค่ารถให้
         ขนาดเธอมาหาผมที่กทม    เธอป่วยผมก้ดุแลเธอจนทำให้ผมเข้าสอบไม่ทัน    ผมก้ไม่ว่าอะไร
         ผมเองคงไม่สามารถเข้าใจผู้หญิงได้    เธอบอกรักผมบ่อยมากนะ   แต่วันหนึ่งเะอก็บอกเลิกผมในเดือนตุลาปีสี่เก้า
          เรื่องยังไม่จบครับ     เลิกกันยังไงก้ยังติดต่อคุยโทรศัพท์กันอยู่ครับ    เธอเองจะมางานคอมาทผมก้ออกค่ารถให้พันหนึ่ง
         เป็นต้น   วันนั้นเป็นวันลอยกระทงปีที่แล้วปีสี่เก้าน่นหละ   เธอยังทะเลาะกับผมที่พระรามแปด   เพราะเหตุที่เธอไม่คิดว่า
         ผมจะบริหารเวลาและทำทุกอย่างให้มันทันเวลาได้    แต่แล้วผมเองก็จัดการได้เรียบร้อยสีหน้สเธอก็เปลี่ยน
         จากโกรธเป็นขอบคุณนั่นแสดงว่าที่ผมต้องเป็นแบบนี้   ชีวิตรักต้องล่มคงเพราะว่าเราทั้งสองต่างไม่ยอมรับและเข้าใจ
         ซึ่งกันและกันมั้ง    ละครเรื่องหนี้ยังไม่จบ   วันที่สามมกราคมปีห้าศูนย์   เธอขอผมเป็นแฟนและบอกว่าสงสารที่เห็นผม
          ขาดทุน    วันที่เจ็ดมกราคมปีห้าศูนยืเธอมาถึงกทมเที่ยงคืนแล้วไป   เชียงใหม่กันในตอนเช้า     ขณะอยู่ที่เชียงใหม่ผม
           ก้เทคแคร์เะออย่างดี    ถึงเธอจะไม่ได้ไปด้วยเครื่องบินชั้นธุรกิจพักโรงแรมห้าดาวเหมือนช่วงที่ผมเคยพาแฟนเก่าไป
          แต่ผมก็พาไปด้วยเงินน้อยนิดที่ผมมีเพราะเธออยากไปเชียงใหม่    หลังจากกลับจากเชียงใหม่ก้นั่งรถจากสุวรรณภูมิ
          แล้วไปที่นครชัยเพื่อส่งเธอกลับขอนแก่น    นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้พบเธอ    เธอถึงขอนแก่นแล้ว    อยากทราบไหมครับว่า
          วันต่อมาคืออะไร     เธอบอกเลิกผมทางโทรศัพท์    แล้วผมก้ไม่เจอเธออีกเลย    เหตุผลที่บอกเลิกเราเข้ากันไม่ได้
          ผมเองไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเราต้องทำดีกับผู้หญิงมากแค่ไหนถึงจะไม่โดนบอกเลิก    เอาใจใส่   ให้ความรัก   ความสะดวกสะบาย
          นี่มันไม่พอเหรอ     หลังจากเลิกกันตั้งแต่มกรา   เวลาเะอมีปัญหาอะไรก้จะตื้ดมาหาผมแล้วให้ผมโทรกลับเสมอๆ    ที่ช่วงนี้
           หายไปได้สักพักแล้วหละที่เธอไม่โทรมา    ผมเองก็บอกกลับตัวเองว่าหากวันไหนเธอตื้ดมาอีกผมจะไม่โทรกลับไป 
           ผมเคยลองโทรไปหาเธอในช่วงที่เธอไม่ตื้ดมานะพูดกับผมแบบไม่ดีเลย    บางครั้งก้จะบอกว่ามีธุระอยู่    บางครั้งก็จะขึ้นเสียงดุๆ
           แต่เวลาตื้ดมาแล้วผมโทรกลับก้จะทำเสียงอ้อนๆ    ผมเองแม้มีธุระหรือเพิ่งนอนผมก็รับสาย   บางครั้งหลับไปแล้วเธอโทรมาก้รับสาย    ไม่เคยไม่รับไม่สิตื้ดมาแล้วผมต้องโทรกลับตลอด   ทั้งที่ผมเองก็นอนดึกอยู่แล้ว    และผมก็หลับยากแต่ก็ยังคุยกะเธอ
            วันนี้ผมอาจไม่ใช่คนดีเหมือนเมื่อก่อนมั้ง    ผมจะไม่โทรกลับหากเธอโทรมา    เหมือนยิ่งคุยผมยิ่งเจ็บมากโดนทิ้งยังไม่พอเหรอ
             ยังต้องมาเจอแบบนี้อีก    สมัยเมื่อก่อนไม่คิดนะ    แ่ช่วงหลังๆคิดว่า   ทำไมเราทุ่มเทขนาดนี้เธอยังทำกับผมอีก
             แม้เวลาเธอมีปัญหาหรือมีอะไรให้ผมช่วยเธอก็ยังตื้ด มาอีก    บางช่วงเวลาที่ผมโทรฟรีก็ไม่ว่าหรอก    แต่ช่วงเวลาที่ผม
             ไม่ได้โทรฟรีแล้วก็ให้ผมโทรกลับนี่สิครับ   ทั้งที่กลับผู้ชายคนใหม่ยังยอมเสียตังค์โทรไปหา     แต่เวลามีปัญหาต้องการให้แฟน
             เก่าอย่งผมช่วยกลับยิงมา   ผมเองบางครั้งป่วยหนักแต่เขาไม่เคยจะถามไถ่อะไร   
 
             เรื่องแบบนี้มันคงใช้เวลาสักพักเพื่อจะลืม    อยากรู้ว่าถ้าท่านอ่านจบแล้วท่านจะแนะนำผมว่าอย่างไรดี
             ความมจริงเรื่องมันยาวและมีลายละเอียดมากกว่านี้แหละครับ    คนเราเป็นแฟนกันก่อนเลิกมันก็ต้องมีเรื่องดีบ้างสิเนอะ
              หาใช่จะมีแต่เรื่องเศร้าจริงไหมครับ    ผมเองยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้ทำอะไรที่โรแมนติกดี    เอาใจเก่ง   ข้อดีของเธอก็มี
              แต่เธอทำให้ผมเจ็บมันก็มี   บอกรักแล้วอีกวันบอกเลิก     ผมไม่สบายไม่เคยเห้นใจกันเลย    โทรมาให้ผมเติมเงินให้
               เพื่อจะเอาไปโทรหาผู้ชายคนอื่นแต่ผมไม่เติมให้นะครับ    เคยก็ช่วงยังเป็นแฟนกันเท่านั้น     โทรคุยเล่นกับผู้ชายคน
               ใหม่ได้โดยออกเงินเอง   แต่กลับแฟนเก่าคุยธุระอยากให้ช่วยแต่ยิงมา    ถ้าท่านที่อ่านเป็นผมท่านจะเจ็บไหมครับ
               
              
 
 
 
 
 
 
 
 
  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   
 
October 04

ไม่มีอีกแล้วความรู้สึกแบบนี้

Sent :  Wednesday, April 5, 2006 8:14 PM
To :  conan_zaza@hotmail.com
Subject :  กุ๊กไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้จะทำยังไง
Go to previous message | Go to next message | Delete | kookkai | Inbox

View E-mail Message Source
Content-Type: text/html; format=flowed
กุ๊กนอนไม่หลับอ่ะพี่แม็ก
แหะๆ
เมื่อกี้ไม่รู้เป็นไรเพลงที่พี่แม็กเปิดให้กุ๊กฟัง เพลงของแมวอ่ะค่ะ กุ๊กน้ำตาไหลเลย(ห้ามขำน๊า)
ส่วนกุ๊กอยากให้พี่แม็กฟังเพลงนี้  ตั้งใจฟังนะ เพราะกุ๊กรู้สึกแบบเพลงนี้จริงๆ แต่พูดให้มันซึ้งแบบเพลงนี้ไม่ได้ไง
หึหึ แบบว่า...กุ๊กไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้จะทำยังไงถึงจะเท่ากับที่พี่แม็กมาสนใจคนอย่างกุ๊ก มารักกุ๊ก มาทำให้กุ๊กรู้ว่ากุ๊กมีค่า
อืม แค่นี้นะคะแม็กกี้
หาวววว
ไปละนะคนหน้าหมา +ซุปเปอร์ไซย่า+ตัวเล็ก+หัวล้าน  แหะๆๆ 
------------------------------------------------------------------------------------

From :  kOOkkig KOOKai <*******@hotmail.com>
Sent :  Monday, March 20, 2006 1:38 PM
To :  conan_zaza@hotmail.com
Subject :  ถึงโคอิโนบิตะ55
พี่แม้กกกกกกกกกก
 
ตอนนี้สองทุ่มกว่าๆจะทานข้าวยังน้อ
 
หวังว่าคงไม่ลืมทานข้าวนะแม็กกี้
 
ส่วนกุ๊กก็ทานข้าวเรียบร้อยแล้วค่ะ
 
ทานเสร็จก็เล่นกะน้องน้ำ พอน้องน้ำกลับกุ๊กก็ไม่มีไรทำแล้ว
 
ก็เลยเล่นเนตเผื่อเจอพี่แม็ก..55555 แต่ก็เจอจริงๆ
 
เจอแต่ชื่อคุโด้ชินอิจิผมรักกุ๊กไก่ครับ แต่ไม่เจอคนหนะค่ะ
 
5555 กุ๊กก็เลยเซ็งเลย อิอิ
 
แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวตอนดึกก้ได้คุยกันแล้ว(มั้ง)ถ้าแม็กกี้โทรหา
 
เนี่ย..คืนนี้พี่แม็กจะหลับอีกมั้ยเนี่ย55 กลัวจัง
 
กลัวโดนทิ้งให้พูดคนเดียวอีกอ่ะค่ะ ทำไงได้หละ คนมันเพลียนี่เน้อ เหนื่อย เดินเกือบทั้งวัน
 
ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆเหมือนกุ๊ก
 
.....คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆ
 
ตอนนี้จะทำไรอยู่ก็ไม่รู้ เป็นตายร้ายดียังไงบ้างเนี่ย โดนเขาหลอกอีกรึป่าวก็ไม่รู้
 
ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆนะพี่แม็ก
 
เข้าใจม้ายยย
 
แม็กกี้หน้าหมา
--------------------------------------------------
 
From :  kOOkkig KOOKai <*****@hotmail.com>
Sent :  Saturday, October 7, 2006 3:52 PM
To :  conan_zaza@hotmail.com
Subject :  ห่มผ้าด้วยนะหมา
กลัวหมาจะนอนไม่ห่มผ้า

หมาจะแปลงฟันมั้ยน๊า

วันนี้ไปมุกดาหาร

เจอผ้าห่มสวยๆ คิดถึงหมามากเลย

แต่เค้าก็ไม่มีตังซื้อให้

เค้าอยากให้หมามีผ้าห่มอุ่นๆ

เพราะแอร์ห้องหมามันตกใส่

แล้วหมาก้สุขภาพไม่ดีด้วย

ฮือๆๆๆเค้าห่วงแฟนเค้าจัง
-------------------------------------------------------------------------------

    คงไม่มีใครส่งเมลล์ประมาณนี้มาหาผมอีกแล้ว

    ที่เหลือคือความทรงจำ  

September 12

เหนื่อย

           เหนื่อยเหมือนกัน     ต้องอ่าหนังสือหนัก
           รีบจบแล้วก้ไหนจะกลับมาเล่นหุ้นอีก
            แต่ประเดิมวันแรกโชคดีกำไรแล้ว555
            ขอเวลาอ่านหนังสือสักพัก   แล้วจะเริ่มเล่น
             ยางอีก   เพราะว่าตั้งใจไว้แล้ว  
             ว่าจะเอาเฟอร์มาให้ได้
July 25

Harry Potter and the Deadly Hallows

เล่มสุดท้ายเริ่มต้นด้วย ลอร์ดโวลเดอมอร์และผู้เสพความตายอยู่ที่บ้านลูเซียส มัลฟอย วางแผนที่จะฆ่าแฮรี่ พอตเตอร์โดยเขาไม่หลบหนีไปเสียก่อนหลังจากยืมไม้กายสิทย์ของ ลูเซียสโวลเดอมอร์ฆ่าศาสตราจารย์ชาริตี้ เบบเบจ ครูสอนมักเกิลที่ฮอกวอตที่บอกว่าจุดจบของพ่อมดเลือดบริสุทธิ์คือสิ่งที่ดี

ขณะที่แฮรี่อ่านข่าวมรณกรรมของอัลบัส ดัมเบิ้ลดอร์ เขาก็รู้ว่าพ่อของดัมเบิลดอร์เกลียดพวกมักเกิล และได้ฆ่ามักเกิลไปหลายคน, และเขาไปตายที่คุกของอัสคาบันสำหรับอาชญากรรมที่ก่อขึ้น. แฮรี่เสียใจที่ไม่ได้ถามดัมเบิลดอเกี่ยวกับอดีต , แต่เขาก็ต้องรีบหนีออกจากบ้านโดยเร็ว เขาสารภาพต่อป้าเพตตูเนีย ลุงเวอนอน และดัดลี ว่าต้องหนีออกจากบ้านเพื่อไม่ให้ผู้เสพความตายมาจับเขาทัน แฮรี่หนีโดยได้รับความช่วยเหลือโดยสองพ่อมด ดัดลีก็ตระหนักว่าเขาเป็นห่วงแฮรี่

หลังจากนั้นภาคีนกฟินิกส์มาถึงวางแผนที่จะซ่อนแฮรี่ไม่ให้โวลเดอมอร์จับเขาได้ รอน วิสลี่,เฮอไมโอนี เกรนเจอร์,พี่น้องวิสลี,เฟอ เดลคาเค้า และแมกดังกัสเฟชเชอร์ เสกคาถาให้พวกเขาหน้าตาเหมือนแฮรี่ หลังจากการไล่ตามของผู้เสพความตายและโวลเดอมอร์ เริ่มมีคนตายเกิดขึ้น เวดฮิก และนกฮูกของแฮรี่ตาย จอสวิสลี่หูขาด แมดอายมูดดี้โดนวอลเดอมอตฆ่าตาย ตอนหลังแฮรี่หนีมาได้ ไม้กายสิทธิ์ของเขามีปฏิกิริยากับโวลเดอมอร์ สองสามวันหลังจากนั้น กระทรวงเวทมนต์มาบ้านวิสลี่ มอบหนังสือเด็กให้เฮอไมโอนี่ และมอบดาบกริฟฟรินดอร์ให้แก่แฮรี่ งานแต่งงานระหว่างเฟอ เดลาเค้ากับบิลวิสลี่ แต่ระหว่างงานแต่งทุกคนได้รับการเตือนว่าโวลเดอมอร์ยึดกระทรวงเวทมนต์แล้ว ทั้งหมดจึงเริ่มหนี ไปวอ่ตัวที่คาเฟ่พวกมักเกิลแต่ผู้เสพความตายไปพบจึงสู้กัน แฮรี่ไม่อยากให้มีคนเจ็บตัวเลยหนี ไปบ้านซีเลียส แบล็ก,พบความจริงว่าเอโลกัว อักคูลัส เคยเป็น อาณ์เอบี

ตอนหลังสุดนั้นโวลเดอมอร์ถูกฆ่าตายด้วยความพยายามจะฆ่าแฮรี่ แต่คาถานั้นย้อนกลับมาฆ่าตัวเขาเอง ในตอนหลังนี้เองใช้เวลา 19 ปีน่าจะเป็นปี 2027 หลังจากการต่อสู้จบลงแฮรี่กับจินนี่ วีสลีมีลูกด้วยกันสามคน เจม,อัลบัส เซอเวรัส ,และลิลลี่ รอนและเฮอไมโอนีมีลูกด้วยกันสองคนคือโรสและ ฮิวโก เดรโกมีลูกชื่อสกอปิอัส พวกเขาทั้งหมดเจอกันที่คิงครอสเพื่อส่งลูกๆของพวกเขาไปเรียนฮอกวอต และต่อมาแฮรี่ก็ไม่เจ็บแผลที่หน้าผากอีกเลย จบบริบูรณ์ 
July 16

ไม่รู้จะอัพไร

    
        ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองเริ่มไร้สาระขึ้นทุกวัน   วันๆเอาแต่อ่านการ์ตูน
 
       เฮ้อ   นอกจากนี้ก็มีโทรศัพท์ไร้สาระโทรมาบ่อย   โทรมาว่ารู้จัก
 
       คนนู้นไหมคนนี้ไหม   แล้วมันจะโทรมาทำไมกันหวะ   ในเมื่อเราก้ไม่รู้จัก
 
      ก้ตอบเขาไปอย่างสุภาพทุกๆรายว่า   เมื่อคุณไม่รู้จักผมคุณจะโทรมาทำไม
 
     ถ้าเพื่อนๆเจอแบบนี้จะทำไงหละ   โทรมาพอรับ    เขาก้ถามผมว่าชื่อไร
 
    ผมก้ถามมันไปว่า  แล้วคุณนะจะโทรหาใคร   มันผู้นั้นก็มิยอมตอบ
 
    เอาแต่จะถามชื่อผม   ไม่ก็ถามว่ารู้จักคนโน้นไหมคนนี้ไหม
  
    จะมีชายคนไหนโทรมาว่าผมไปแย่งแฟนเขาฏ็ช่างเหอะ
 
     ผมไม่เคยแย่งแฟนใคร   และก็ไม่จีบผู้หญิงที่มีแฟนแล้วด้วย
 
    ผมอยู่แบที่ผมเป็นผมก้มีความสุขแล้ว   แต่ผู้ชายพวกนั้นจะมายุ่งกับผมทำไม
 
    ผมไม่มีเวลามากขนาดนั้น     ผมต้องเรียน   ต้องอ่านหนังสือ
 
    ไม่ใช่จะมีเวลามานั่งตอบปัญหาไร้สาระของพวกขี้หึงขี้ระแวง
 
    
    ช่วงนี้ก็อย่างที่บอกครับ   ยุ่งๆไม่มีเวลามาอัพสักเท่าไร
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   
July 04

check web

See if there are problems with your DNS hosting

(Enter zone name, such as "example.com", not an IP)

Enter IP/IPv6 (or host name)

 

Feed

Loading...Loading...

cudo shinchi